เดเล่ อัลลี่

เดเล่ อัลลี่ ชวดย้ายซบปารีส หลัง สเปอร์ส ปัดปฏิเสธข้อเสนอแบบไม่ใยดี

เดเล่ อัลลี่ มิดฟิล์มาดกวนของ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ทีมดังแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตกเป็นข่าวพัวพันกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สโมสรมหาเศรษฐีจากเวที ลีกเอิง ฝรั่งเศส มาตลอดช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา  โดยสื่อชั้นนำต่างรายงานตรงกันว่าเดเล่ อัลลี่ต้องการย้ายไปหาต้นสังกัดใหม่ หลังจากที่ใกล้อนาคตในถิ่น “ไก่เดือยทอง” แต่ทว่าล่าสุด สื่อดังแดนผู้ดีได้ออกมาเปิดเผยว่าเดเล่ อัลลี่น่าจะอดย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์นี้แน่นอนแล้ว หลังจากที่ สเปอร์ส ปฏิเสธข้อเสนอยืมตัวของ เปแอสเช 

เดเล่ อัลลี่

เดเล่ อัลลี่ อดย้ายเพราะ เปแอสเช ยื่นข้อเสนอให้แค่ 1.5 ล้านปอนด์ 

เดอะ การ์เดี้ยน สื่อดังของอังกฤษเปิดเผยว่า สเปอร์ส ตอบปฏิเสธข้อเสนอยืมตัวเดเล่ อัลลี่มิดฟิลของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แทบจะในทันที หลังจากทีมดังแห่ง ลีกเอิง ฝรั่งเศส ยื่นข้อเสนอให้เพียง 1.5 ล้านปอนด์เท่านั้น ทำให้เดเล่ อัลลี่อดย้ายทีมเป็นครั้งที่สองในตลาดซื้อ-ขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เดเล่ อัลลี่เกือบได้ย้ายไปสวมเครื่องแบบ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด สลับขั้วกับ “แกเร็ธ เบล” สตาร์ทีมชาติเวลส์ที่ต้องการย้ายกลับมาค้าแข้งกับต้นสังกัดเก่า แต่สุดท้ายก็มีเพียงปีกพญาวานรที่ย้ายมา สเปอร์ส ด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น 

เดเล่ อัลลี่

ทั้งนี้เดเล่ อัลลี่แทบจะหาพื้นที่ในตำแหน่งตัวจริงของ สเปอร์ส ไม่ได้ในยุคของ “โชเซ่ มูรินโญ่” แถมดาวเตะวัย 24 ปียังตกเป็นข่าวว่ามีปัญหาส่วนตัวกับกุนซือเลือดฝอยทองอย่างหนักถึงขั้นถูกจับดองอยู่บนม้านั่งสำรองจนแทบไม่ได้ลงสนามเลย โดยเดเล่ อัลลี่เพิ่งลงสนามในซีซันนี้ไปเพียง 2 นัด จาก 7 นัดในทุกรายการ ทำให้เดเล่ อัลลี่ตกเป็นข่าวเรื่องการย้ายทีมอย่างหนัก ซึ่ง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง คือโอกาสที่มีความเป็นไปได้ที่สุดในการพาเดเล่ อัลลี่ออกจากสถานการณ์ย่ำแย่ในถิ่นไก่เดือยทอง แต่สุดท้ายล้มเหลว จนดาวเตะทีมชาติอังกฤษต้องติดแหง็กภาวอยู่กับ สเปอร์ส ต่อไป 

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ คว้ารางวัลแข้งยอดเยี่ยมของยูฟ่า

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ดาวยิงจากบาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่แห่งบุนเดสลีกาเยอรมรี ผงาดคว้ารางวัล  “ยูฟ่า เมนส์ เพลย์เยอร์ ออฟ เดอะ เยียร์” ประจำฤดูกาล 2019 – 2020 ไปครอง จากการประกาศผลระหว่างงานจับสลากแบ่งกลุ่มฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2020 – 2021 ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เมื่อวันพฤหัสที่ 1 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ระเบิดฟอร์มสุดออตด้วยการคว้ารางวัลดาวซัลโวมาครองได้ทั้ง 3 รายการ

ในฤดูกาลที่ผ่านมาโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้มีส่วนสำคัญอย่างมากในการพา บาเยิร์น มิวนิค เถลิงบัลลังก์ทริปเปิ้ลแชมป์ ประกอบด้วย บุนเดสลีกา, เดเอฟเบ โพคาล และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก โดยเฉพาะในถ้วย แชมเปี้ยนส์ลีก เป็นการพา “เสือใต้” ครองแชมป์ได้เป็นสมัยที่ 6 และในการคว้าแชมป์ครั้งนี้โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ระเบิดฟอร์มสุดออตด้วยการคว้ารางวัลดาวซัลโวมาครองได้ทั้ง 3 รายการ  

โดยโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้เปิดเผยผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัวว่า “ผมขอมอบรางวัลนี้ให้กับเพื่อนร่วมทีมของผมทุกคน รวมถึงโค้ช ทีมงานของบาเยิร์น มิวนิค ทุกท่าน ฟุตบอลเป็นกีฬาที่ต้องทำงานร่วมกันเป็นทีมทั้งนักเตะและทีมสตาฟฟ์ มันเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่สุดในชีวิตการเป็นนักฟุตบอลของผม ผมอุทิศทุกอย่างให้กับฟุตบอล ผมทุ่มเทให้กับการแข่งขัน 100% และทุกสิ่งก็ตอบแทนผมด้วยคำว่าแชมป์ ด้วยรางวัลที่ผมได้รับ นอกจากนี้ผมยังต้องขอขอบคุณแฟนบอลทุกคนที่ให้กำลังใจพวกเราตลอดมา ค่ำคืนนี้เป็นค่ำคืนที่ถือว่าเป็นจุดสูงสุดของผม แต่ทุกอย่างมันต้องดำเนินต่อไป ผมจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด”

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

สำหรับโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ปัจจุบันมีอายุ 32 ปี โด่งดังอย่างมากในตอนที่ค้าแข้งให้กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จนถูก บาเยิร์น มิวนิค ดึงมาร่วมทีมในปี 2014 และจากนั้น เลวานดอฟสกี้ ได้พัฒนาฝีเท้าจนกลายมาเป็นดาวยิงอันดับต้นๆ ของวงการฟุตบอล ในฤดูกาลที่ผ่านมาดาวยิงทีมชาติโปแลนด์ซัดให้กับ บาเยิร์น มิวนิค ไปถึง 55 จากการลงเล่นใน 47 นัดรวมทุกรายการ แต่ในซีซั่นปัจจุบัน เขาเพิ่งทำได้เพียงประตูเดียวเท่านั้น จากการลงเล่นให้ “เสือใต้” ไปแล้ว 4 นัด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปรียบเทียบนักเตะในชุดปัจจุบัน นับ 10 ปีแล้ว กับปราการหลังคนสำคัญ เตรียมย้าย! 3 นักเตะสำรอง จาก ที่กำลังจะหมดอนาคตกับทีม

ในตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้ พลพรรคปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทัพของ โอเล่ห์ กุนนาร์ โซลชา เพิ่งจะได้นักเตะรายใหม่เข้ามาเสริมทัพเพียงแค่รายเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ ดอนนี ฟาน เดอ บีค กองกลางดีกรีทีมชาติเนเธอร์แลนด์ จากอาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม แน่นอนว่าเมื่อมีคนเดินเข้ามา ก็จะต้องมีคนเดินออกไป ตามวิถีของฟุตบอล และนี่ก็คือ 3 นักเตะสำรองจากทัพปีศาจแดง ที่กำลังจะหมดอนาคตทีม และน่าจะถูกปล่อยตัวออกไปในอนาคตอันใกล้นี้ แต่บรรดานักเตะเหล่านั้นจะมีใครกันบ้าง ไปติดตามพร้อมๆกันได้เลยครับ 

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปรียบเทียบนักเตะในชุดปัจจุบัน นับ 10 ปีแล้ว กับปราการหลังคนสำคัญ

ดิโอโก้ ดาโลต์ – ฟอร์มการเล่นที่ไม่สม่ำเสมอ บวกกับปัญหาอาการบาดเจ็บที่มักจะแวะเวียนมาเล่นงานอยู่เป็นประจำ ทำให้ ดิโอโก้ ดาโลต์ ฟูลแบ็คฝั่งซ้ายชาวโปรตุเกส แทบจะไม่ได้รับโอกาสลงสนามเลย แม้ว่าในเวลานี้เจ้าตัวจะมีอายุเพียงแค่ 21 กระรัต และยังสามารถพัฒนาฝีเท้าต่อไปได้อีกในอนาคตก็ตาม การที่ โอเล่ห์ กุนนาร์ โซลชา ตัดสินใจส่ง ทิโมธี่ โฟซู-เมนซาห์ ลงสนามแทนที่ของเขา ทั้งที่ ลุค ชอว์ และ แบรนดอน วิลเลียมส์ ได้รับบาดเจ็บ นั่นมันก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า ดิโอโก้ ดาโลต์ ได้หมดอนาคตกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

ฟิล โจนส์ – ปราการหลังดีกรีทีมชาติอังกฤษ อย่าง ฟิล โจนส์ ถือเป็นนักเตะที่อยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมานานที่สุด หากเปรียบเทียบนักเตะในชุดปัจจุบัน เพราะเขาอยู่กับทีมมานานนับ 10 ปีแล้ว แต่แทนที่เขาจะเป็นปราการหลังคนสำคัญ และเป็นที่ผู้นำของทีม สถานะของเขากลับกลายเป็นตรงกันข้าม เพราะเจ้าตัวแทบจะไม่ได้รับโอกาสลงสนามเลยในฤดูกาลที่ผ่าน และถ้าหากได้รับโอกาสลงสนามก็มักจะก่อความผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเหล่าแฟนบอลปีศาจแดงพากันส่ายหัว ซึ่งเกมล่าสุดที่ ฟิล โจนส์ ได้ลงสนามให้กับทีม ต้องย้อนไปถึงเดือนมกราคม ที่ผ่านมานู่นเลย ดูทีท่าแล้วเจ้าตัวก็น่าจะเตรียมเก็บข้าวของย้ายจากถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ด ในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เซร์คิโอ โรเมโร่ – นับตั้งแต่ เซร์คิโอ โรเมโร่ นายทวารดีกรีทีมชาติอาร์เจนติน่า ย้ายมาอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในปี 2015 บทบาทของเขาก็คือการเป็นตัวสำรองของ ดาบิด เดเกอา และจะได้รับโอกาสลงเฝ้าเสาให้กับทัพปีศาจแดง ก็แค่ในโปรแกรมฟุตบอลถ้วยเท่านั้น ซึ่งหากจะว่ากันตามตรงแล้ว ฝีมือของ เซร์คิโอ โรเมโร่ ก็ไม่ได้เป็นรอง ดาบิด เดเกอา ด้วยซ้ำ และด้วยชื่อชั้นของเขา รับรองเลยว่าหากย้ายไปอยู่กับสโมสรอื่น ก็จะต้องเป็นตัวจริงอย่างแน่นอน บวกกับการเข้ามาของ ดีน เฮนเดอร์สัน นายทวารดาวรุ่งฟอร์มแรง และค่าเหนื่อยของ เซร์คิโอ โรเมโร่ ที่สูงถึง 70,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ คาดว่าเขาน่าจะกลายเป็นนักเตะคนแรกๆ ที่ถูกปล่อยออกจากทีมอย่างแน่นอน

กาสเปรินี่

กาสเปรินี่ ชี้ แชมป์กัลโช่ปีนี้ ลุ้นกันแค่ยูเว่กับอินเตอร์

จานปิเอโร่ กาสเปรินี่ กุนซือจอมบุกของสโมสร อตาลันต้า ยอดทีมของประเทศอิตาลี ออกมาบอกว่า การลุ้นแชมป์กัลโช ซีเรียอา ในฤดูกาลนี้ มีเพียง ยูเวนตุส เจ้าของแชมป์ 36 สมัย และ อินเตอร์ มิลาน เจ้าของแชมป์ 18 สมัย ที่มีสิทธิได้ลุ้น

กาสเปรินี่

กาสเปรินี่ สร้าง อตาลันต้า ทีมครึ่งล่างของตาราง ให้มาอยู่ในกลุ่มทีมนำของกัลโช ซีเรียอา ซึ่งฤดูกาล 2019/2020 โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม

จานปิเอโร่กาสเปรินี่สร้าง อตาลันต้า ทีมครึ่งล่างของตาราง ให้มาอยู่ในกลุ่มทีมนำของกัลโช ซีเรียอา ซึ่งฤดูกาล 2019/2020 พวกเขาโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จบด้วยอันดับที่สามของตาราง ได้สิทธิไปเล่นฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปียนลีกเป็นฤดูกาลที่สองติดต่อกัน พร้อมกันนั้น ยังผ่านเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปียนลีก ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร ซึ่งทาง จานปิเอโร่กาสเปรินี่ได้กล่าวว่า “ผมจะไม่คิดในสิ่งที่หลายคนคิดกันอยู่แล้ว แน่นอนแนวทางการเล่นของผม จะยังคงเป็นในรูปแบบเดิมเหมือนที่ผ่านมา ผมจะไม่เปลี่ยนแปลงอย่างเด็ดขาด หากพูดถึงการลุ้นแชมป์กัลโช ซีเรียอา ในฤดูกาลนี้ คงต้องบอกว่ามีเพียง ยูเวนตุส และก็ อินเตอร์ มิลาน เท่านั้นที่มีสิทธิคว้าแชมป์ไปครอง แต่ทาง นาโปลี ก็มีโอกาสทำได้เช่นเดียวกัน ส่วนอตาลันต้า จะพยายามทำให้ดีที่สุด และจะไม่ลืมแนวทางการเล่นของทีมอย่างแน่นอน”

กาสเปรินี่

ยูเวนตุส เป็นแชมป์กัลโช ซีเรียอา 9 ฤดูกาลหลังสุด และเป็นทีมที่ได้แชมป์กัลโช ซีเรียอา สูงสุด 36 สมัย ตามมาด้วย อินเตอร์ มิลาน 18 สมัย และ เอซี มิลาน 18 สมัย

จานปิเอโร่กาสเปรินี่กุนซือวัย 62 ปี เข้ารับงานเป็นกุนซือ อตาลันต้า ในเดือนมิถุนายน ปี 2016 คุมทีมลงสนามไปแล้ว 190 นัด ชนะ100 เสมอ47 แพ้43 ยิงได้ 357 ประตู เสีย 221 ประตู มีเปอร์เซ็นต์ชนะ 52.63%

ลียง

ลียง แพ้ภัยตัวเอง ความผิดหวังกับรอบชิงยูฟ่าที่อยู่แค่เอื้อม

เสียงของผู้บรรยายอังกฤษพูดออกมาในห้องส่ง โอลิมปิก ลียง ได้โอกาสส่องประตูแรกหลายต่อหลายครั้ง ใส่ยอดทีมอย่าง ‘เสือใต้’ บาเยิร์น มิวนิค ที่เหมือนเอาแรงไปทิ้งไว้ในเกมที่เพิ่งถล่มบาร์เซโลน่ามา 8-2 ซึ่งยอดทีมจากฝรั่งเศสควรจะได้ประตูขึ้นนำไปก่อนหลายครั้งหลายครา

แต่หลังจากผู้บรรยายอังกฤษพูดจบประโยคไปได้ไม่นาน เสือใต้ ก็แสดงความเป็น ‘เต้ย’ แห่งเวทียุโรป สั่งสอน โอลิมปิกลียงจาก แซร์ก กนาบรี้ ที่พังประตูให้ บาเยิร์น มิวนิค ขึ้นนำไปก่อนอย่างหน้าตาเฉย

ลียง

ลียง ลงมาเล่นได้ตามแทคติคที่ รูดี้ การ์เซีย วางหมากเอาไว้ จากการที่แผงหลังของเสือใต้

จุดเริ่มมาจากการที่ ‘กอร์เนต’ ยกมือฟ้องผู้ตัดสินว่าเป็นลูกล้ำหน้า ซึ่งไม่เข้าใจว่าจะทำไปทำไมในเมื่อสมัยนี้ฟุตบอลมี VAR กันหมดแล้ว และพอมันไม่ล้ำ ก็กลายเป็นจังหวะนรก

ความเร็วของอดีตเด็กปั้นของอาร์เซนอล ที่ออกตัวไปก่อน 1 ก้าว ใช้สปีดพาบอลตัดเข้าในไปซัดด้วยซ้าย เพื่อนที่เหลือกรูกันวิ่งเข้ามาช่วยแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว โดยผู้บรรยายถึงกับบอกว่านี่มันลูกยิงแบบใน ‘เกม คอนโซล’ เลย (อารมณ์เล่น PES)

ธิอาโก้’ ได้แสดงให้เห็นอีกเกมว่าทำไมกุนซืออย่าง ‘เยอร์เก้น คล็อปป์’ ถึงอยากได้มาเสริมบารมีในยุคครองเมืองนักหนา กับสไตล์ ‘โฮลดิ้ง’ ที่เล่นได้แจ่มทั้งบอลสั้น-บอลยาว เข้าแก๊ปทีมที่มีตัวรุกสปีดจัดอย่างหงส์แดงในแดนหน้า 

และหลังจากโดนประตูหงายเงิบในนาทีที่ 18 โอลิมปิกลียงก็ออกอาการช็อตไปดื้อ ๆ เหมือนกัน เพราะตอนนี้ บาเยิร์น มิวนิค ไม่จำเป็นต้องบุกแลกเอาประตูแบบตอนต้นเกมแล้ว ทำให้โอกาสเล่นเกมสวนกลับก็น้อยลงไปด้วย ถือเป็นการลงโทษที่พบเห็นได้ตลอดในวงการนี้ ในเมื่อคุณทำ ‘ไม่ได้’ เราจะเป็นฝ่าย ‘ลงโทษ’ คุณเอง

ลียง

ในช่วงก่อนจะถูกทำประตูขึ้นนำลียงลงมาเล่นได้ตามแทคติคที่ รูดี้ การ์เซีย วางหมากเอาไว้ จากการที่แผงหลังของเสือใต้ ยืนสูงตามธรรมชาติของทีมที่เล่นเกมรุกเป็นชีวิตจิตใจ นั่นทำให้ความเร็วของผู้เล่นในแนวรุกลียงอย่าง เมมฟิส เดปาย และคนอื่น ๆ สร้างความปั่นป่วนให้แนวรับเสือใต้อยู่พอสมควร จนเกือบได้ประตูขึ้นนำจากลูกที่ เดปาย พาบอลหนีมือของ มานูเอล นอยเออร์ ก่อนจะซัดไปเข้าข้างตาข่ายซะอย่างนั้น

และหลังจากนั้น ยังเกือบได้ประตูจาก คาร์ล โทโก เอคัมบี ที่ได้เข้าแท็ปอินจ่อ ๆ 6 หลา แต่ก็ถูก ‘เจโรม บัวเต็ง’ โชว์ความคลาสสไลด์ขาไปบล็อคลูกยิงได้หวุดหวิด และยังรวมไปถึงลูกที่ เอคัมบี ได้ยิงจ่อ ๆ ในช่วงครึ่งหลัง แต่ก็เป็น นอยเออร์ คนเดิม ที่ยังไว้ลายความเทพป้องกันจังหวะสำคัญนี้เอาไว้ได้

แม้แต้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ที่ไม่ค่อยมีบทบาทในวันนี้ และดูจะเป็นภาระในแดนหน้าซะด้วยซ้ำ ยังไม่วายมีชื่อปรากฏบนสกอร์บอร์ด ซึ่งนับเป็นลูกที่ 15 แล้วจาก 9 เกมแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ผ่านมา และยังเป็นการทำประตูได้ติดต่อกันถึง 8 นัดอีกด้วย

หากนับตั้งแต่ลงสนาม ทั้งลียงและ บาเยิร์น ต่างเริ่มต้นจาก 0 ทั้งคู่ แต่สิ่งที่ทำให้ยิ่งเวลาผ่านไป คลาสของทั้งสองทีมเริ่มห่างออกกันไปเรื่อย ๆ คือ ‘ความเด็ดขาด’ 

และความเด็ดขาดนี้เอง ที่ทำให้ลียงไปไม่ถึงฝั่งฝัน กับรอบชิงที่อยู่แค่เอื้อมนี้ หลังจากไม่สามารถหักด่าน ‘หิน’ ลงได้ตามที่หวังไว้ พร้อมมอบชัยชนะนัดที่ 20 ติดต่อกัน ส่งให้ บาเยิร์น มิวนิค เข้ารอบชิงชนะเลิศไปอีกครั้งหนึ่งช

เลสเตอร์

เลสเตอร์ เปิดบ้านยำใหญ่แมนซิตี้ไปถึง 5-2 ในเกมที่ต้องออกมาเยือนอิตติฮัด

แมนซิตี้ – เลสเตอร์ ซิตี้: แฮตทริกของเจมี่วาร์ดี้ รวมจังหวะลูกโทษตั้งแต่ต้นเกม ช่วยให้เลสเตอร์เปิดบ้านยำใหญ่แมนซิตี้ไปถึง 5-2 ในเกมที่ต้องออกมาเยือนอิตติฮัด สเตเดี้ยม 

เจมส์ แมดดิสัน ทำประตูได้อย่างสวยงามเมื่อลงสนามมาเป็นตัวสำรอง และยูริ ตีเลอมันส์ที่เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมสุดท้ายเป็นเลสเตอร์ที่ชนะแบบสบายๆ ด้วยผลต่างถึงสามประตู 

เกมนี้ทีมเจ้าบ้าน ริยาด มาห์เรซให้แมนซิตี้เป็นผู้นำเหนือทีมเก่าของเขา แต่เลสเตอร์ขึ้นนำ 2-1 ในช่วงก่อนพักครึ่ง และต่อมาแมนซิตี้ ตีเสมอเป็น 2-2 เมื่อนาธาน อาเก้ ทำประตูจากลูกเตะมุมของ มาห์เรซ เป็นประตูที่สองของแมนซิตี้ 

เลสเตอร์

เลสเตอร์ มองหาชัยชนะเหนือคู่แข่งที่มีชื่อเสียงนับตั้งแต่ที่คุมทีมลิเวอร์พูล พ่ายแพ้ต่อแมนซิตี้ตลอดทุกเกม

นี่เป็นครั้งแรกที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้เห็นทีมของเขาเสีย 5 ประตูในบ้านและยังเป็นครั้งแรกที่ทีมเสียจุดโทษสามครั้งในเกมนี้  และเลสเตอร์ก็ยิงบอลเข้าประตูทั้งสามลูก เลสเตอร์ซิตี้ขึ้นไปอยู่บนหัวตารางในการร่วมกับเอฟเวอร์ตัน 3-0 ขณะที่แมนฯ ซิตี้นั้นเป็นการชนะ 1 และ แพ้ 1 เก็บได้เพียงสามแต้มเท่านั้น

สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเกมนี้ก็คือ 1. ร็อดเจอร์สได้รับชัยชนะในสไตล์ของตัวเอง เบรนแดน ร็อดเจอร์สนายใหญ่ของเลสเตอร์กำลังมองหาชัยชนะเหนือคู่แข่งที่มีชื่อเสียงนับตั้งแต่ที่คุมทีมลิเวอร์พูล พ่ายแพ้ต่อแมนซิตี้ตลอดทุกเกม สิ่งนี้มีคุณสมบัติอย่างแน่นอนและการทำได้ในช่วง 12 สัปดาห์แรกโดยไม่มีวิลเฟรด เอ็นดิดี้ทำให้การชนะทั้งหมดน่าประทับใจยิ่งขึ้น

2. ประเด็นของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่าที่บ่นว่านักเตะของเขาได้รับบาดเจ็บ แต่ว่ามันอาจจะดูโง่ไปหน่อยเมื่อทีมมีความร่ำรวยจากการเทคโอเวอร์ของเศรษฐีจากอาหรับ แต่ว่าก้ต้องยอมรับเหมือนกันว่านักเตะสตาร์ดังของพวกเขาต่างไม่ได้ลงสนามในเกมนี้ ทั้งแบร์นาร์โด ซิลวา, อิลคาย กุนโดกัน ,เจา กานเซโล่, กาเบรียล เชซุส และเซอร์จิโอ อเกวโร่

เลสเตอร์

3. วาร์ดี้ชอบยิงลูกโทษ วาร์ดี้รู้วิธีที่จะใช้ประโยชน์สูงสุดจากการลูกโทษ ซึ่งเขายิงประตูจากจุดโทษแทบจะไม่พลาดเลย เขายิงได้แล้ว 5 ประตูทั้งที่ผ่านไปแค่สามเกม กองหน้าวัย 33 ปีรายนี้เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมนี้และทำให้ทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่าต้องพ่ายแพ้แบบยับเยิน

หากจะให้รางวัล แมนออฟ เดอะ แมตช์น่าจะเป็นยูริ ตีเลอมองส์แต่ว่าเอ็นดิดีก็เล่นได้อย่างดีในเกมรุกเช่นกัน เกมนี้มาห์เรซนักเตะชาวแอลจีเรียได้ลงสนามเจอกับทีมเก่าของเขาด้วย

ชาลเก้

ชาลเก้ สั่งเด้ง ว๊ากเนอร์ พ้นทีมเซ่นผลงานสุดห่วย 18 นัดติด

ชาลเก้ (Schalke 04) ทีมดังแห่งศึก บุนเดสลีก้า เยอรมัน ทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้วด้วยการจบอันดับที่ 12 ทำได้เพียง 39 คะแนน ห่างโซนตกชั้นเพียงแค่ 8 คะแนนเท่านั้น จนเริ่มฤดูกาลใหม่ในซีซัน 2020-2021 ไปแล้ว 2 นัดชาลเก้ก็ยังคงฟอร์มบู่ต่อเนื่องด้วยการแพ้รวดทั้ง 2 นัด จมอยู่อันดับสุดท้ายของตารางคะแนน ทำให้ล่าสุด “ราชันสีน้ำเงิน” ต้องรีบแก้สถานการณ์ด้วยการปลด “ดาวิด ว๊ากเนอร์” เฮดโค้ชชาวเยอรมันพ้นทีมเมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา

ชาลเก้

ชาลเก้ สะกดคำว่า “ชนะ” ไม่เป็นตลอดช่วง 18 เกมหลังสุด

ชาลเก้ภายใต้การคุมทีมของ “ดาวิด ว๊ากเนอร์” ทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวังนับตั้งแต่กุนซือชาวเยอรมันเข้ารับตำแหน่งในช่วงปลายปี 2019 ชาลเก้โดย ว๊ากเนอร์ คุมทีมลงสนามไปแล้ว 40 นัด คว้าชัยชนะได้เพียง 12 เกม เสมอ 12 เสมอ และแพ้ไปถึง 16 เกม ยิ่งไปกว่านั้น ตลอดช่วง 18 เกมหลังสุดชาลเก้ไม่สามารถคว้าชัยได้เลยแม้แต่เกมเดียว โดย เสมอไป 6 และแพ้ไปถึง 12 ยิงได้แค่ 8 ประตู แต่เสียไปถึง 49 ประตู  โดยเฉพาะนัดเปิดสนามฤดูกาล 2020-2021 ที่ชาลเก้บุกไปโดน “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ถล่มเละเทะถึง 8-0 ก่อนจะมาเปิดบ้านพ่ายให้ แวร์เดอร์เบรเมิน คาถิ่นไป 3-1 แช่อยู่อันดับบ๊วยของตารางคะแนน จนกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายก่อนที่บอร์ดบริหารของชาลเก้จะสั่งปลด ดาวิด ว๊ากเนอร์ เซ่นผลงานสุดห่วยตลอด 40 นัด เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา โดยคาดกันว่าชาลเก้ กำลังล็อกเป้าไปที่ “ซานโดร ชวาร์ซ” กุนซือของ ไมน์ซ 05 เพื่อมารับช่วงต่อในซีซันนี้ 

ชาลเก้

ทั้งนี้ ดาวิด ว๊ากเนอร์ เคยเป็นศูนย์หน้าของชาลเก้ในช่วงปี 1995-1997 ก่อนจะผันตัวมาเป็นผู้จัดการทีมอย่างเต็มตัวกับ ฮัดเดอร์ฟิลด์ ทาวน์ ทีมในลีก แชมเปียนชิป ในขณะนั้น ก่อนจะพาเลื่อนชั้นขึ้นสู่ พรีเมียร์ลีก ในปี 2017 จนชาลเก้มาคว้าตัวไปคุมทัพราชันสีน้ำเงินในปี 2019 

ดิเอโก้ โกดิน

ดิเอโก้ โกดิน ได้ที่ลง ย้ายซบกายารี่ 3 ปี

ดิเอโก้ โกดิน กองหลัง อินเตอร์ มิลาน กลายเป็นนักเตะใหม่ของ กายารี่ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังตกลงเซ็นต์สัญญา 3 ปี กับทีมชาวเกาะ

ดิเอโก้ โกดิน

ดิเอโก้ โกดิน ดาวเตะทีมชาติอุรุกวัย กำลังสำคัญของ อินเตอร์ มิลาน ในฤดูกาลที่ผ่านมา ลงสนาม 36 นัดรวมทุกรายการ

ดิเอโก้ โกดินดาวเตะทีมชาติอุรุกวัย เป็นกำลังสำคัญของ อินเตอร์ มิลาน ในฤดูกาลที่ผ่านมา ลงสนาม 36 นัดรวมทุกรายการ มีส่วนสำคัญในการพาทีมงูใหญ่ ผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลยูโรป้าลีก ก่อนจะพ่าย เซบีญ่า ยอดทีมของประเทศสเปน 2-3 และพาทีมจบด้วยการได้รองแชมป์ กัลโช ซีเรียอา แต่ในฤดูกาลล่าสุด 20202021 เขาไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ จึงถูกผลักดันออกจากทีม โดยมี กายารี่ มารับช่วงต่อ โดยทำการเซ็นต์สัญญานักเตะเป็นเวลา 3 ปี และจะได้รับเงินค่าชดเชยจาก อินเตอร์ มิลาน ครบตามสัญญา

ดิเอโก้ โกดิน

ดิเอโก้ โกดินดาวเตะวัย 34 ปี เริ่มต้นมาค้าแข้งในยุโรปกับสโมสร บีญาเรอัล ทีมดังของลาลีก้า ในปี 2007 อยู่กับทีมถึงปี 2010 ได้ลงสนาม 116 นัด ยิงได้ 4 ประตู ถัดจากนั้นได้ย้ายไปอยู่กับ แอตเลติโก้ มาดริด ทีมแกร่งของประเทศสเปน ด้วยค่าตัว 8 ล้านยูโร กลายเป็นกำลังสำคัญของทีมตั้งแต่ช่วงแรกที่ย้ายไป ลงสนามให้ทีมตราหมี 389 นัด ยิงได้ 27 ประตู แบ่งเป็นการลงเล่นในลาลีก้า 277 นัด ยิงได้ 17 ประตู มีส่วนสำคัญในการพาทีมคว้าแชมป์ลาลีก้า 1 สมัย แชมป์ยูโรป้าลีก 2 สมัย แชมป์โคปา เดเรย์ 1 สมัย และได้รองแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปียนลีก 2 สมัย ภายหลังจากหมดสัญญากับทีมหลังจบฤดูกาล 20182019 ย้ายไปอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน แบบไม่มีค่าตัว ลงสนาม 36 นัด ยิงได้ 2 ประตู ติดทีมชาติอุรุกวัย 135 นัด ยิงได้ 8 ประตู อยู่ในทีมชุดแชมป์โคปาอเมริกา ในปี 2011

อาเดรียน

อาเดรียน เลือดสแปนิชเหมือนกัน!ลั่นยินดีแนะ “ติอาโก้” ปรับตัวร่วมทัพหงส์แดง

อาเดรียน ผู้รักษาประตูจอมเหนียวของทีมหงส์แดง ได้ออกมาให้สัมภาษณ์แก่บรรดานักข่าว ตัวเขามีความยินดีอย่างยิ่งที่จะให้ความช่วยเหลือ ติอาโก้ อัลกันตาร่า สุดยอดแข้งกองกลางป้ายแดงคนใหม่ ที่เพิ่งเซ็นสัญญาย้ายแข้งเข้ามาร่วมทัพกับทีมในเมื่อไม่นานมานี้ โดยส่วนตัวแล้วมีความเชื่อว่านักเตะเพื่อนร่วมชาติจะเป็นกำลังสำคัญหลักที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงทีมให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม จากการรายงานข่าวสื่อฟุตบอลต่างประเทศ สกาย สปอร์ต 

อาเดรียน

อาเดรียน พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือนักเตะเพื่อนร่วมชาติคนใหม่ ให้ปรับตัวใช้ชีวิตในถิ่นแอนฟิลด์ให้มีความสุขเต็มร้อย

อาเดรียน ผู้รักษาประตูตัวสำรองคนเก่ง ทีมลิเวอร์พูล สโมสรระดับแถวหน้าแห่งวงการค้าแข้งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ออกแสดงตัวอย่างเต็มที่ว่าพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือนักเตะเพื่อนร่วมชาติคนใหม่ ให้สามารถปรับตัวใช้ชีวิตในถิ่นแอนฟิลด์ให้มีความสุขเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์มากที่สุด พร้อมกับเชื่อว่าแข้งรายนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนที่จะทำให้แผนการเล่นของทีมมีประสิทธิภาพและสามารถคว้าถ้วยรางวัลในลีกรายการต่าง ๆ ในฤดูกาลนี้ได้สำเร็จ หลังจากที่ก่อนหน้านักเตะได้ลงสนามช่วยเหลือทีมให้มีชัยเหนือคู่ปรับร่วมลีก ทีมสิงโตน้ำเงินคราม ชนะไปด้วยสกอร์ 2 ประตูต่อ 0 อย่างสวยงาม 

อาเดรียน


“ติอาโก้ เขาเป็นคนที่สุดยอดมากคนหนึ่งผมยกย่องให้เขาเป็นนักเตะระดับแถวหน้าที่ทรงอิทธิพลต่อเพื่อนร่วมทีม ไม่แปลกใจว่าทำไมต้นสังกัดเก่าของเขาถึงไม่อยากที่จะเสียตัวของเขาไป เขาสามารถดึงเพื่อนร่วมทีมให้เข้าไปอยู่ในเกมการแข่งขันและสร้างความแตกต่างให้แก่คู่ต่อสู้อย่างได้ชัด แล้วผมพร้อมที่จะช่วยเหลือเขาอย่างเต็มที่ในเรื่องการปรับตัวกับทีมต้นสังกัด เพื่อที่จะแน่ใจว่าเขาจะมีความสุขกับที่นี่มากที่สุดเขาเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์อย่างยอดเยี่ยมซึ่งผมไม่เคยเห็นใครแบบเขามาก่อน” อาเดรียน กล่าว

ติอาโก้ อาคันทาร่า

ติอาโก้ อาคันทาร่า มองอนาคต หลังลิเวอร์พูล ปิดดีลคว้าตัว

ปิดดีลไปแล้วสำหรับ ติอาโก้ อาคันทาร่า ที่ย้ายจากบาเยิน มิวนิค มายังลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัวสุดถูกเพียง 27 ล้านปอนด์เท่านั้น แน่นอนว่าข่าวนี้ย่อมทำให้เด็กหงส์ทุกหมู่เหล่า ล้วนแสดงความดีใจและตั้งตารอคอยดาวเตะชาวสเปนผู้นี้ประเดิมสนาม ฉะนั้นหลังจากนี้เราจะมามองความน่าจะเป็นจากจากสไตล์ของ ติอาโก้ กับรูปแบบการเล่นของลิเวอร์พูล เราจะเห็นอะไรเกิดขึ้นบ้างวันนี้เราจะลองมาวิเคราะห์กัน 

ติอาโก้ อาคันทาร่า

ติอาโก้ อาคันทาร่า นักเตะที่ไม่ได้มีลีลาการเล่นวูบวาบแต่มีประโยชน์กับทีม เป็นผู้เล่นที่เล่นบอลง่ายๆ

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าจุดเด่นของติอาโก้ อาคันทาร่าเป็นนักเตะที่ไม่ได้มีลีลาการเล่นวูบวาบแต่มีประโยชน์กับทีม กล่าวคือเป็นผู้เล่นที่เล่นบอลง่ายๆ และออกบอลให้แก่เพื่อนร่วมทีมที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้เปรียบที่สุด ซึ่งจุดนี้น่าไม่เป็นปัญหากับ ติอาโก้ กับ ลิเวอร์พูล 

ติอาโก้ คือ นักเตะที่มีจุดเด่นคอยบัญชาเกม เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างเกมรับกับเกมรุก ซึ่งจุดนี้เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับ ลิเวอร์พูล อย่างมหาศาล เพราะปัจจุบันกองกลางของทีมมีแต่สไตล์วิ่งขับเคลื่อนเกมรุก หรือถนัดในเกมรับ เช่น ฟาบินโญ่ หรือ เฮนเดอร์สัน การมาของดาวเตะชาวสเปน จึงอยากให้แฟนหงส์ทุกหมู่เหล่า จินตนาการถึง อิเนสต้า ที่สไตล์คล้ายๆ กัน ซึ่งจะทำให้เกมของ ลิเวอร์พูล ไหลลื่น

จุดเด่นของติอาโก้ อาคันทาร่ากับ ผังการเล่นของลิเวอร์พูล ในระบบ 4-3-3  เขาน่าจะเป็นกองกลางตัวกลาง  ขนาบข้างด้วยกองกลางซ้ายและขวา หรือหากเป็นระบบ 4-2-3-1 ติอาโก้ น่าจะยืนคู่กลางรับกับใครสักคนเพื่อเชื่อมบอลรวมถึงการวางยาว แต่สำคัญที่สุดที่อยากให้แฟนๆหงส์ทุกหมู่เหล่าจับตามอง คือ การประสานและการจ่ายแบบคิตเลอร์พาส ให้กับ 3 ประสานในแดนหน้า (มาเน่ -เฟอร์มิโน่-ซาลาห์) จะเป็นอย่างไรบ้าง เป็นสิ่งที่น่าติดตามอย่างยิ่ง 

ติอาโก้ อาคันทาร่า

  สำหรับการเล่นที่หนักหน่วงตามสไตล์บอลอังกฤษ ที่หลายคนตั้งคำถามว่าจะเป็นอุปสรรคกับ ติอาโก้ หรือไม่นั้น อาจกล่าวได้ว่าไม่เป็นปัญหาสำหรับดาวเตะชาวสเปน เพราะเขาที่ไม่ใช่นักเตะสไตล์เลี้ยงเก็บบอลไว้กับตัว แต่เขาเป็นนักเตะประเภทจับและจ่ายบอลอย่างรวดเร็ว ซึ่งถ้าย้อนกลับ ติอาโก้ อาจสร้างปัญหากับแนวรับสไตล์บอลอังกฤษมากกว่า ที่ต้องตามไล่บอลที่ออกจากเท้าของเขา 

สำหรับ ลิเวอร์พูล จะมีโปรแกรมออกไปเยือน เชลซี ในวันอาทิตย์นี้ เวลา 22.30 น. ตามเวลาประเทศไทย ต้องมาลุ้นกันว่า ติอาโก้ จะได้ลุ้นประเดิมสนามเลยหรือไม่