ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดที่ 13 วูล์ฟแฮมป์ตัน เฉือนชนะเชลซี นาทีสุดท้าย 2-1

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดที่ 13 ของฤดูกาล ลงเตะกันในช่วงกลางสัปดาห์ โดยส่วนนี้จะมาวิเคราะห์เกมการเล่นของวูล์ฟแฮมป์ตัน ที่เปิดบ้านโชว์ฟอร์มเหนือจนเฉือนชนะเชลซี ในนาทีสุดท้ายขอการทดเวลาบาดเจ็บไป 2-1 แต่ก่อนอื่นผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม เริ่มจากเจ้าบ้านที่มาในระบบ 3-4-2-1 ส่วนทีมเยือนวางผัง 4-3-3 เหมือนเคย 

เกมในครึ่งแรก ยังไม่มีฝ่ายไหนดูเหนือกว่ากันศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษแต่สิ่งที่เห็นได้ชัดคือเชลซีครองบอลบุกเข้าใส่ แต่เจาะแนวรับเจ้าบ้านไม่ได้ ทำให้จังหวะลุ้นประตูมาจากลูกเตะ ซึ่งมี 2 จังหวะจากลูกเตะมุมที่เชลซีควรได้ แต่ดันโหม่งออกและชนคาน ขณะที่วูล์ฟแฮมป์ตันจะเน้นการดักบอลและสวน แต่ก็เจาะไม่ได้เช่นกัน 

ครึ่งหลัง เชลซีออกมาเล่นด้วยความวูบวาบ จากการเล่นบอลให้รวดเร็ว มีการเปิดสลับข้างอย่างรวดเร็วและมีการทำชิ่ง กระทั่งมาได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็วในนาทีที่ 48 ซึ่งจังหวะนี้นับเป็นการเข้าทำที่สมบูรณ์แบบของลูกทีมแลมพาร์ด ไล่ตั้งแต่การเปิดบอลเปลี่ยนแกน

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เส้นขวาของวูล์ฟ์แฮมป์ตันก็รับมือไม่ดีด้วย ดังจะเห็นได้ว่ามีการถอยและยืนทับตำแหน่งกัน ทำให้วิ่งตามไปประกบตัวเปิดไม่ทัน

มีการทำชิ่งศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษและการยิงตัดหน้ากองหลังของชิรูด์ ที่น้ำหนักและทิศทางดีพอที่จะเป็นประตู  แต่ในขณะเดียวกันริมเส้นขวาของวูล์ฟ์แฮมป์ตันก็รับมือไม่ดีด้วย ดังจะเห็นได้ว่ามีการถอยและยืนทับตำแหน่งกัน ทำให้วิ่งตามไปประกบตัวเปิดไม่ทัน

หลังจากเชลซีขึ้นนำกลายเป็นถอนคันเร่งไป แล้วไปอุดในแดนตัวเองเสียอย่างนั้น ทำให้วูล์ฟแฮมป์ตันได้บุกขึ้นมาจนใกล้เคียงกับการได้ประตู ก่อนที่สุดท้ายจะมาได้ประตูตีเสมอจากโพเดนช์ ที่ขยับหลอกและยิงเสาแรกเข้าไปอย่างเหนือชั้น ซึ่งมิอาจโทษใครได้เลยสำหรับจังหวะนี้ 

ในช่วงที่สกอร์เสมอกัน 1-1 เชลซีพยายามเปิดเกมแลกอีกครั้ง แต่หลายครั้งโดนวูล์ฟแฮมป์ตันโต้กลับ จนกลายเป็นว่าช่องที่เปิดกว้างและกองหลังที่ความเร็วช้ากว่า ทำให้โอกาสยิงประตูดูหวาดเสียวกว่า จนสุดท้ายมาโดนยิงจริง ๆ ในช่วงทดเวลานาทีสุดท้าย เป็น 2-1 

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ข่าวบอลออนไลน์

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษบทสรุปจากเกม วูล์ฟแฮมป์ตัน ดูเป็นรองเสียด้วยซ้ำ แต่มีความรัดกุมพอในเกมรับทำให้โดนส่องไปแค่ประตูเดียว อีกทั้งการไม่โดนเม็ดสองทำให้ยังอยู่ในเกมและฉวยโอกาสจากช่องทางที่คู่แข่งเปิดไว้แล้วทำประตูได้ ส่วนเชลซี เกมนี้ดูเหนือกว่า

แต่การเล่นหลังจากขึ้นนำถือว่าผิดพลาด เพราะผ่อนเกมเยอะเกินไป รวมถึงการโหมบุกโดยไม่คำนึงถึงเกมสวนกลับของเจ้าถิ่นที่อันตรายและส่งสัญญาณเตือนหลายครั้งแล้ว ทำให้ท้ายที่สุดไม่ได้แม้แต่แต้มเดียวกลับบ้าน     

พบกับข่าวบอลออนไลน์ ที่มีให้คุณได้ติดตามกันได้ทุกวัน ไม่เว้นแต่ละวัน บท วิเคราะห์บอล ข่าวโยกย้ายนักเตะ ที่ถูกรวบรวมเอาไว้ที่นี่แล้ว พร้อมให้คุณได้แทงบอลออนไลน์ แบบนักพนันมืออาชีพกันเลย UFA9889

เกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

เกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดที่ 14 พาเลช เปิดบ้านโดน ลิเวอร์พูล ถลุงยับ 0-7

เกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เกมนัดเปิดหัวสัปดาห์ที่ 14 อยู่ที่เซลท์เฮิทพาร์ค คริสตัล พาเลช เปิดบ้านพบกับทีม ลิเวอร์พูล ที่ฟอร์มนอกบ้านในลีกฤดูกาลนี้ชนะไปเพียงนัดเดียว นั่นคือการบุกโค่นเชลซี

สำหรับผังการเล่นเจ้าบ้านมาในระบบเดิม 4-4-2 และไม่มีเบนเตเก้ที่ติดโทษแบน ส่วนทีมเยือนวางผัง 4-3-3 ที่น่าเซอร์ไพร์คือนำมินามิโนะลงตัวจริงตรงด้านหน้าฝั่งซ้าย แล้วขยับมาเน่มาอยู่ฝั่งขวา 

เริ่มเกมมาไม่ทันไร ลิเวอร์พูลขึ้นนำอย่างรวดเร็วเกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษซึ่งต้องชมมาเน่ที่จับและแต่งบอลก่อนให้มินามิโนะ เลือกล็อคหนึ่งจังหวะและยิงไปที่เสาไกล ซึ่งการยิงประตูแรกในพรีเมียร์ลีกของทากิซัง

เกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

เกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ จังหวะยิงเนื่องจากถูกฟาบินโญ่สกัดไว้ หรือไม่ก็ส่งบอลน้ำหนักไม่ดีเอง โดยจังหวะเปลี่ยนเกมนี้อยู่ในนาทีที่ 22 เริ่มจากอายิว

บ่งบอกได้ว่าเขาเริ่มปรับตัวกับทีมได้มากขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงความั่นที่เป็นไปในทางบวก เพราะหากยังจำกันได้ในช่วงที่เจ้าตัวย้ายมาใหม่ๆ เมื่อไรที่ได้บอลหรือยิงประตู ชอบยิงจังหวะแรกและติดบ็อคเสมอ 

หลังจากทีมเยือนขึ้นนำเกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษพาเลชพยายามลำเลียงบอลเพื่อบุกใส่ลิเวอร์พูลด้วยการจ่ายแทงทะลุช่องจากในแดนของตัวเอง ซึ่งทำได้ดีเพราะบอลไปถึงหน้ากรอบเขตโทษ

แต่กลับไม่มีจังหวะยิงเนื่องจากถูกฟาบินโญ่สกัดไว้ หรือไม่ก็ส่งบอลน้ำหนักไม่ดีเอง โดยจังหวะเปลี่ยนเกมนี้อยู่ในนาทีที่ 22 เริ่มจากอายิว หลุดเดี่ยวเข้ามาและเลือกถวายพานให้ซาฮาแต่บอลดันย้อนหลัง ซึ่งถ้าหากจังหวะนี้ตีเสมอได้สำเร็จ ผลการแข่งขันของเกมนี้จะไม่ออกมาแบบนี้แน่นอน 

ส่วนลิเวอร์พูลเสียบอลกลางทางบ่อยครั้ง ทำให้เฮนเดอร์สัเลือกเปิดบอลยาวไปให้กับมาเน่ แต่ไม่เข้าเป้าเลย ก่อนที่จุดเปลี่ยนสำคัญของเกมจะมาเกิดขึ้นอีกครั้งในนาทีที่ 35 จากการที่แนวรุกหงส์แดงได้ประสานงานกันผสมกับจังหวะฟุตบอล ทำให้ได้ยิงทิ้งห่างออกไป 0-2 ต่อเนื่องด้วยลูก 0-3 ก่อนจบครึ่งแรก ที่สัมผัสแรกของเฟอร์มิโน่ดีมากจนนำมาสู่การยิงประตู 

เกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ข่าวบอล

เกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษในครึ่งเวลาหลัง พาเลชไม่ได้ลงระดับการเล่นของตัวเองให้ต่างออกไปจากครึ่งแรก ทำให้ปิดประตูตายสำหรับการหวนคืนสู่เกม มิหนำซ้ำยังโดนยิงประตูเพิ่ม ทำให้ความมั่นใจหดหายไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นความผิดพลาด ขณะเดียวกันความใจที่เพิ่มขึ้นของนักเตะลิเวอร์พูล ทำให้ยิงอย่างไรก็เข้า จนทำให้ยิงเพิ่มในครึ่งหลังอีก 4 ประตู รวมเป็น 0-7 

บทสรุปจากเกม คริสตัล พาเลช โดนยิงไปก่อนตั้งแต่ต้นเกมทำให้ต้องเร่งบุก แต่จุดเปลี่ยนสำคัญที่มีโอกาสแล้วทำไม่ได้ ทำให้กลายเป็นเสียความมั่นใจจนผิดพลาดและพ่ายแพ้ในที่สุด ส่วนลิเวอร์พูล

เกมนี้ชิงโอกาสขึ้นนำได้ก่อน และเมื่อคู่แข่งเสียความมั่นใจกลายเป็นความิดพลาด ลูกทีมของคล็อปป์ก็ฉวยโอกาสนี้ไว้โดยไม่ปล่อยให้หลุดลอย ทำให้การคว้า 3 แต้มในวันนี้เป็นเรื่องที่เหมาะสมแล้ว 

ติดตาม ข่าวบอลออนไลน์ พร้อมบริการให้คุณได้ทุกวันแล้ววันนี้ ลุ้นผลฟุตบอลวันพรุ่งนี้ได้ที่เว็บของเราและเอาไปแทงบอล Joker168 ได้อย่างเซียน

วิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีก

วิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีก นัดที่ 13 ลิเวอร์พูล เฉือน สเปอร์ส ช่วงท้ายเกม 2-1 แซงนำขึ้นจ่าฝูง 3 แต้ม

วิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีก เกมบิ๊กแมตช์ประจำนัดที่ 13 ของฤดูกาลอยู่ที่สนามแอนฟิลด์ ซึ่งเป็นการแย่งชิงตำแหน่งจ่าฝูงระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ สเปอร์ส ที่คะแนนเท่ากันแต่คลับไก่มีลูกได้เสียที่ดีกว่า โดยเกมนี้จะมีแฟนบอลเจ้าถิ่นเข้ามาชมเกมด้วยจำนวน 2,000 คน ซึ่งจะช่วยสร้างขวัญและกำลังใจแก่นักเตะอย่างแน่นอน สำหรับระบบการเล่นเจ้าบ้านมาในระบบ 4-3-3 ตามคาด ส่วนทีมเยือนวางผัง 4-2-3-1 

เกมนี้ ลิเวอร์พูลกลับเล่นแบบดุดันอีกครั้งด้วยการครองบอลและบุกใส่วิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีกแถมยังดันแนวรับขึ้นสูงเสมือนว่าไม่กลัวแนวรุกทีมเยือนที่สุดแสนจะอันตรายแม้แต่น้อย ซึ่งแน่นอนว่าพลพรรคหงส์แดงสร้างจังหวะและจบสกอร์ได้เป็นระยะ แต่ไม่อันตรายเท่าใดนักเพราะเกมรับของสเปอร์สมาแบบรัดกุมเต็มอัตราศึก 

วิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีก

จังหวะการลากเลื้อยของเคอร์ติส โจนส์ ถือว่าเป็นประโยชน์จนซาลาห์ได้ยิง แต่อย่างไรก็ดีลูกนำ 1-0 นั้นเป็นจังหวะฟุตบอลมากว่าที่ไปแฉลบแนวรับสเปอร์สจนบอลโด่งและเสียบใต้คาน 

วิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีก ชัยชนะในวันนี้จึงมาจากความสามารถผสมกับโชค ขณะที่สเปอร์ส เกมนี้วางแท็กติกมาได้ดีแล้ว

จังหวะครั้งแรกและครั้งเดียวของสเปอร์ส ได้ประตูคืนอย่างรวดเร็ว ซึ่งการเสียประตูนี้ก็มาจากรูปแบบการเล่นที่คล็อปป์เลือกจะดันสูง ทำให้การโหมบุกมาตลอด 35 นาทีแทบจะหมดความหมาย 

วิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีกครึ่งหลังรูปเกมคล้ายๆกับครึ่งแรก แต่โอกาสของสเปอร์สดูจะแจ้งกว่าจนเกือบจะน็อคเจ้าถิ่นได้หลายครั้ง ขณะที่แนวรุกหงส์แดง การยิงแต่ละจังหวะน้ำหนักเบาและอยู่ในระยะที่โยริสเซฟได้สบายมือ 

ลูกขึ้นนำ 2-1 ของลิเวอร์พูลถือเป็นการโหม่งที่สมบูรณ์แบบตามตำราที่แท้จริงจากเฟอร์มิโน่ ซึ่งอยากจะให้สังเกตว่าลูกนี้มีแท็กติกเล็ก ๆ น้อย ๆ ซ่อนอยู่ กล่าวคือจังหวะนี้รีส วิลเลียมวิ่งเข้าหาตัวที่กำลังประกบเฟอร์มิโน่ ให้เปลี่ยนมาวิ่งตามประกบปราการดาวรุ่งแทน ทำให้เมื่อบอลมาถึงเฟอร์มิโน่ว่างและปราศจากการประกบ กระทั่งเจ้าตัวได้โหม่งเต็มศีรษะอย่างที่เห็น 

วิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีก ข่าวบอลออนไลน์

บทสรุปจากเกม ลิเวอร์พูลถือว่าเล่นได้ดีวิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีกแต่การดันสูงและความผิดพลาดในแนวรับเกือบทำให้ทีมเสียประตู ชัยชนะในวันนี้จึงมาจากความสามารถผสมกับโชค ขณะที่สเปอร์ส เกมนี้วางแท็กติกมาได้ดีแล้ว เพียงแต่ขาดโชคไปในบ้างจังหวะ ซึ่งหากกล่าวอย่างตรงไปตรงมา ยุติธรรมที่สุดคือการแบ่งแต้มกัน 

พบกับ ข่าวกีฬาฟุตบอล คู่โปรด วิเคราะห์บอลทุกลีกดัง เอาใจแฟนบอลครบทุกทีม พร้อม ข่าวโยกย้ายนักเตะ อัพเดทได้ทุกวัน เมื่ออ่านข่าวบอลแล้วอยากจะเล่นพนันออนไลน์ก็ตามเรามาเลยที่ slot345

ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดที่ 13 แมนซิตี้ เหนือกว่าทุกด้านแต่ได้แค่เจ๊า เวสต์บรอมวิช 1-1

ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดที่ 13 ของฤดูกาล ในค่ำคืนวันอังคาร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ผลงานในช่วงหลังค่อนข้างดีกับการเจอทีมท้ายตาราง ซึ่งวันน็เช่นกันกับการเปิดบ้านรับ เวสต์บรอมวิช ทีมรองบ๊วยของตาราง สำหรับผังการเล่นเจ้าบ้านมาในระบบ 4-3-3 เหมือนเคย ส่วนทีมเยือนยึดผัง 4-5-1 มารับมือ 

เริ่มเกมขึ้นมา แมนซิตี้ ครองบอลพร้อมบุกใส่ตามคาดศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษแต่การฝ่าแนวกั้น 2 ชั้นลำบากเหลือเกิน จนทำให้ช่วง 20 นาทีแรก แม้จะครองบอลมากกว่าถึง 70% แต่ก็ไม่อาจสร้างจังหวะหวาดเสียวได้ มิหนำซ้ำการโต้กลับของเวสต์บรอมวิชยังน่ากลัวจนเกือบได้ประตูนำ

ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ข่าวบอลออนไลน์

การขึงเกมบุกของแมนซิตี้มาประสบความสำเร็จในนาทีที่ 30 ซึ่งการตั้งโซนรับลึกที่กินเวลายาวนาน ทำให้เกิดความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการประกบตัวแถว 2 จากลูกเปิดหลังประตูของสเตอร์ริ่ง ทำให้กุนโดกัน ที่ยืนรออยู่ได้ซัดหน้าปากประตูจนขึ้นนำ 1-0 ซึ่งหลังจากนั้นก็ยังคงบุกต่อแต่ไม่ค่อยเน้นมากเท่าใด 

ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ บทสรุปจากเกม แนวรุกของแมนซิตี้ พึ่งพา เดอ บรอนย์กับสเตอร์ริ่ง จนแนวรุกขาดสมดุล

ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษจังหวะประตูตีเสมอ 1-1 อาจกล่าวได้ว่าเป็นจังหวะฟุตบอลมากว่า เพราะกระเด้งไปแฉลบแนวรับแมนซิตี้ก่อนแล้วเข้าประตู แต่ถึงระนั้นแม้บอลจะแฉลบแต่เอเดซอนยังไม่หลงทิศ อีกทั้งภาพหลังประตูยังเป็นหลักฐานสำคัญว่าว่าเจ้าตัวเห็นทิศทางบอลลูกบอลชัดเจนที่พอจะมีเวลาเสี้ยววินาทีกลับตัวมาเซฟ

แต่นายด่านชาวบราซิลผู้นี้ไม่ขยับเท้า ทำให้ระเบียบร่างกายไม่พร้อมที่ควักบอลออกมาได้ ซึ่งการตีเสมอในช่วงเวลาแบบนี้ทำให้สามารถกลับไปตั้งเกมรับลึกแบบเดิมได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าโอกาสที่จะรอดได้นั้นค่อนข้างน้อย หากดูจากสถิติประกอบ

ในครึ่งหลังอาจเรียกได้ว่าแมนซิตี้ปูพรหมบุกใส่ข้างเดียวด้วยสารพัดวิธี ตั้งแต่การเซตบอลไปมาแล้วเปิด การลากพาบอลไปริมเส้นเพื่อให้แนวรับทีมเวสต์บรอมวิชถอยต่ำ เพื่อให้ตัวแถว 2 ที่ยืนรออยู่ในกรอบเขตโทษมีพื้นที่ว่าง ตลอดจนลูกเตะมุม แต่กองหลังกับผู้รักษาประตูของทีมเยือนยังช่วยกันสกัดและเซฟไว้ได้ทั้งหมด 

ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ข่าวบอลวันนี้

ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษบทสรุปจากเกม แนวรุกของแมนซิตี้ พึ่งพา เดอ บรอนย์กับสเตอร์ริ่ง จนแนวรุกขาดสมดุล อีกทั้งไม่มีแท็กติกที่จะนำมาแก้ลำกับทีมที่มาตั้งรถบัสใส่ ขณะที่เวสต์บรอมวิช การได้แต้มในวันนี้ถือว่าหืดจับ เพราะเลือกเล่นตั้งรับลึก แม้จะโดนยิงไป 1 ประตู แต่ก็ได้ความโชคดีจากจังหวะฟุตบอลทำให้มีแต้มกลับบ้าน          

สนุกครบทุกเรื่องเด่น ประเด็นดังวงการฟุตบอล ข่าวบอลอังกฤษ ข่าวโยกย้ายนักเตะ พร้อมลุ้น ผลฟุตบอลวันพรุ่งนี้ ให้คุณได้รับชมก่อนใคร และถ้าย้งไม่พอเราก็ยังมีที่เล่นพนันบอลออนไลน์ให้คุณได้เล่นกัน ที่นี่เลย SA Gaming 1688

สรุปผลการแข่งขันไทยลีก

สรุปผลการแข่งขันไทยลีก 3 โซนภาคเหนือ นัดที่ 12

สรุปผลการแข่งขันไทยลีก ศึกฟุตบอลไทยลีก 3 โซนภาคเหนือ นัดที่ 12 ของฤดูกาล ลงเตะกันในวันพุธที่ผ่านมา ทั้งหมด 5 คู่ 5 สนาม ซึ่งได้สรุปผลการแข่งขันพร้อมสถานการณ์ของแต่ละทีมหลังจบการแข่งขันนัดนี้เรียบร้อยแล้วด้านล่างนี้

นอกจากนี้ไม่ต้องตกใจว่าน่าน เอฟซี หายไปไหน เพราะช้างศึกเมืองน่านได้โปรแกรมหยุดพักในนัดนี้และจะกลับมาลงเล่นอีกครั้งในนัดหน้า  

สรุปผลการแข่งขันไทยลีก

เกมคู่แรกเริ่มต้นด้วยผลการแข่งขันที่พลิกล็อคสุดๆ เมื่อ นอร์ทเทิรน์ ตาก ยูไนเต็ด ทีมท้ายตารางโชว์ฟอร์มห้าวหาญตบสั่งสอน สี่แคว ซิตี้ ด้วยสกอร์ 3-1 สถานการณ์ของเจ้าบ้านหลังคว้า 3 แต้มเกมนี้ทำให้กระโดดขึ้นมารั้งอันดับที่ 9 พร้อมถอนหายใจได้แบบเต็มปอด ส่วนทีมเยือนถือว่าเสียหายเพราะไม่สามารถทำแต้มขับเคี่ยวกับทีมด้านบนได้   

สรุปผลการแข่งขันไทยลีก เปิดบ้านเฉือนชนะ กำแพงเพชร เอฟซี ตามคาด 1-0 ทำให้หนูนาจอมโหดรั้งอยู่กลางตารางแบบมีลุ้นเล็ก ๆ

คูถัดมา วัดโบสถ์ ซิตี้สรุปผลการแข่งขันไทยลีกเปิดบ้านเฉือนชนะ กำแพงเพชร เอฟซี ตามคาด 1-0 ทำให้หนูนาจอมโหดรั้งอยู่กลางตารางแบบมีลุ้นเล็ก ๆ

ในการปาดหน้าทีมนำ ส่วนนักรบชากังราว ยังกินบุญเก่าอยู่ เพราะ 5 นัดหลังแพ้รวด จนตอนนี้ใกล้เคียงเต็มแก่กับการเป็นทีมหนีตกชั้นหากยังไม่มีแต้มในเร็ววันนี้   

โยกขึ้นไปดูเกม เชียงราย ล้านนา เปิดบ้านพ่าย พิษณุโลก เอฟซี 1-3 ตามคาดโดยไม่มีอะไรพลิกล็อค ทำให้เจ้าบ้านยังคงรั้งตำแหน่งรองบ๊วยของตารางต่อไป ส่วนขุนพลนเรศวร การคว้า 3 แต้มในเกมนี้ทำให้พวกเขาทำคะแนนไล่จี้จ่าฝูงเหลือเพียงแค่ 4 คะแนนเท่านั้น  

สรุปผลการแข่งขันไทยลีก ข่าวบอลออนไลน์

ขยับลงมาดู อุตรดิตถ์ เอฟซี เปิดบ้านถล่ม เชียงราย ซิตี้ 4-1 ทำให้ทัพดาบหักเก็บเพิ่มเป็น 21 คะแนน พร้อมกับแซงขึ้นมารั้งอันดับ 4 พร้อมกับโอกาสติด 1 ใน 2 แบบห่างๆ หากไม่พลาดไปเอง ส่วนทีมเยือนยังคงรั้งบ๊วยต่อไป แต่โอกาสอยู่รอดยังเปิดกว้างเสมอหากเก็บแต้มได้บ่อย ๆ  

สรุปผลการแข่งขันไทยลีกคู่สุดท้ายบิ๊กแมตช์ประจำนัดที่ 12 ณ แม่กวง สเตเดี้ยม ลำพูน วอริเวออร์ เปิดบ้านพ่าย แม่โจ้ ยูไนเต็ด 1-2 นั่นจึงทำให้สถานการณ์หัวตารางสนุกขึ้นมาทันที เพราะราชันโคขาวแต้มหยุดรอรองจ่าฝูง ส่วนคาวบอยมรกตทีมเยือนทำแต้มไล่จี้ 2 ทีมนำแบบหายใจรดต้นคอ

ไม่ต้องมัวนั่งลุ้นผลบอลจากเว็บอื่น เพียงคุณติดตามเว็บของเราไว้ ก็ไม่พลาดทุกเรื่องเด่น ประเด็นดัง แห่งโลก ข่าววงการฟุตบอลอัพเดททุกวัน ทั้งบอลต่างประเทศ และ บอลไทยลีก ที่มีให้คุณอัพเดทได้ทุกวันกันอยู่แล้ว พร้อมออพชั่นเสริมการเข้าสู่การแทงบอลออนไลน์ ซึ่งเราก็มีบริการ Gclub Casino ท่านอีกเช่นกัน

แอร์เบ ไลป์ซิก

แอร์เบ ไลป์ซิก สุดแกร่งเฉือนผีแดงสุดมันส์

แอร์เบ ไลป์ซิก จากเยอรมนีโชว์ฟอร์มสุดยอดเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จากอังกฤษไปแบบสุดมันส์ด้วยสกอร์ 3 – 2 พร้อมตบเท้าผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปิยนส์ลีก เมื่อคืนวันอังคารที่ 8 ธันวาคม 2563 แถมยังเป็นการเขี่ยแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกรอบแรกอย่างเจ็บแสบแต่ยังดีที่ “ปีศาจแดง” จะได้กลับมาเล่นถ้วย ยูโรป้า ลีก ต่อไป 

แอร์เบ ไลป์ซิก

ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้ายเมื่อคืนวันที่ 8 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมาแอร์เบ ไลป์ซิกเปิดสนนาม “เร้ดบูลล์ อารีน่า” รับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเกมนี้แอร์เบ ไลป์ซิกต้องชนะอย่างเดียวเท่านั้นถึงจะผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้ เริ่มเกมมาแค่ 2 นาทีแอร์เบ ไลป์ซิกออกนำอย่างรวดเร็วจากการยิงของ อังเคลลิโน่ 

แอร์เบ ไลป์ซิก เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไป 3 – 2 ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้เป็นผลสำเร็จ

จากนั้นในนาทีที่ 13แอร์เบ ไลป์ซิกหนีห่างเป็น 2 – 0 จากจังหวะที่ อังเคลลิโน่ เปิดบอลข้ามมาถึงฝั่งขวาและเป็น อมาดู ไฮอาร่า แปด้วยขวาผ่านมือ ดาบิด เด เคอา เข้าไปอย่างเหนือชั้น ก่อนที่จะจบ 45 นาทีแรกไปด้วยสกอร์นี้ 

ครึ่งหลังเกมของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มดีขึ้นและบุกใส่เจ้าบ้านเพื่อทวงประตูตีไข่แตก แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่สามารถเจาะตาข่ายของแอร์เบ ไลป์ซิกได้ เท่านั้นยังไม่พอในนาที 68 กลายเป็นแอร์เบ ไลป์ซิกที่นำห่างไปเป็น 3 – 0 จากจังหวะหลุดเข้าไปยิงของ จัสติน ไคลเวิร์ต ทำให้โอกาสเข้ารอบของแอร์เบ ไลป์ซิกสดใสขึ้นมาทันที 

แอร์เบ ไลป์ซิก ข่าวบอลออนไลน์

อย่างไรก็ตามในนาที 80 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ยอมง่ายๆ ไล่มาเป็น 3 – 1 จากการยิงจุดโทษของ บรูโน่ แฟร์นานเดซ เท่านั้นยังไม่พอในอีก 2 นาทีถัดมา “ปีศาจแดง” ได้ประตูไล่มาเป็น 3 – 2 จากการโหม่งของ ปอล ป็อกบา จากนั้นเจ้าบ้านแอร์เบ ไลป์ซิกดูเหมือนจะตั้งเกมไม่ติดแต่สุดท้ายยังเอาตัวรอดมาได้ 

จบ 90 นาทีแอร์เบ ไลป์ซิกเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไป 3 – 2 ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้เป็นผลสำเร็จ ส่วน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ได้อันดับ 3 ของกลุ่ม ต้องหล่นไปเล่นฟุตบอล ยูโรป้า ลีก แทน 

ติดตามข่าวฟุตบอลอังกฤษข่าวฟุตบอลวันพรุ่งนี้ ที่เว็บเรามีให้ติดตามอยู่ตลอดเวลา

ฟุตบอลโลก 2022

อังกฤษ หนักดวล โปแลนด์ ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนยุโรป

ทีมขาติอังกฤษ ทีมขวัญใจแฟนบอลชาวไทยเจอกับงานหนักหลังต้องอยู่สายไอ ร่วมกับทีมชาติโปแลนด์ ที่นำโดย โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ สุดยอดดาวยิงจากบาเยิร์น มิวนิค ขณะที่แชมป์เก่าอย่างฝรั่งเศสต้องดวลกับทีมชาติยูเครน ส่วน สเปน กับ เยอรมนี และ อิตาลี เจองานไม่หนักมากนัก ในการแบ่งกลุ่ม ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือกโซนยุโรป 

ศึกฟุตบอลโลก 2022ที่ประเทศกาตาร์ เป็นเจ้าภาพ รอบคัดเลือกโซนยุโรป ทำการจับสลากแบ่งสายเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ณ เมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยกลุ่มที่น่าสนใจอยู่ที่กลุ่มไอ เป็นการพบกันระหว่างทีมขวัญใจแฟนบอลชาวไทยอย่างทีมชาติอังกฤษ

ฟุตบอลโลก 2022

ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือกโซนยุโรป  ประกอบไปด้วย “แชมป์เก่า” ฝรั่งเศส อยู่ในสายดี ต้องดวลกับยูเครน

ที่ต้องเจอกับงานช้างอย่างทีมชาติโปแลนด์ ที่มียอดดาวยิงแห่งยุคอย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ในขณะที่อีก 4 ชาติที่ร่วมสายเดียวกับอังกฤษ ประกอบไปด้วย ฮังการี, แอลเบเนีย, อันดอร์ร่า และ ซาน มาริโน 

สำหรับสายอื่นนอกจากสายของอังกฤษที่น่าสนใจในรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลก 2022รอบคัดเลือกโซนยุโรป  ประกอบไปด้วย “แชมป์เก่า” ฝรั่งเศส อยู่ในสายดี ต้องดวลกับยูเครน ที่มี่ อังเดร เชฟเชนโก้ อดีตดำนานดาวยิงของ เอซี มิลาน

กุมบังเหียนอยู่ ส่วนที่เหลือประกอบด้วย บอสเนีย, คาซัคสถาน และ ฟินแลนด์ ในขณะที่ “กระทิงดุ” สเปน เจองานไม่หนักมาก โดยอยู่ในสายบี ร่วมกับ สวีเดน, กรีซ, โคโซโว และ จอร์เจีย 

ขณะที่อีก 3 ตัวเต็งในฟุตบอลโลก 2022รอบคัดเลือกบอลโลกโซนยุโรป ประกอบด้วย เยอรมนี, อิตาลี และ โปรตุเกส ก็เจอกับงานไม่หนักมาก โดยเริ่มที่ “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี ถูกจับอยู่ใน เจ ร่วมกับ โรมาเนีย, ไอซ์แลนด์, มาเซโดเนีย, ลิคเตสไตน์ และ อาร์เมเนีย, ส่วนขุนพล “อัซซูรี่” อิตาลี อยู่ในกลุ่มซี ต้องเจอกับ สวิตเซอร์แลนด์,

ฟุตบอลโลก 2022 ข่าวบอลโลก

บัลแกเรีย, ลิทัวเนีย, และไอร์แลนด์เหนือ ปิดท้ายที่ โปรตุเกส ภายใต้การนำของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ถูกจับอยู่ในกลุ่มเอ ร่วมกับ สาธารณรัฐไอร์แลนด์, เซอร์เบีย, ลักเซมเบิร์ก และ อาเซอร์ไบจาน ขณะที่ทีมอื่นที่น่าสนใจประกอบไปด้วย เนเธอร์แลนด์ อยู่กลุ่มจี, เบลเยียม อยู่กลุ่มอี และ โครเอเชีย อยู่ในกลุ่มเอช 

อย่าลืมเกาะติดบอลโลก ข่าววงการฟุตบอลวันพรุ่งนี้ ข่าวฟุตบอลอังกฤษ ได้ที่เว็บของเราที่นี่

แฟรงค์ แลมพาร์ด

แฟรงค์ แลมพาร์ด ปัด เชลซี ยังไม่ดีถึงขั้นลุ้นแชมป์

แฟรงค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมเชลซี ทีมดังแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกโรงปฏิเสธทีมของตนยังไม่ดีพอที่จะถึงขั้นลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ได้ หลังจาก เจอร์เก้นส์ คล็อปป์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล คู่ปรับร่วมลีก

ออกมายกย่อง เชลซี ว่าสร้างผลงานได้อย่างสุดยอดและมีลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้ โดยแลมพาร์ด ระบุ ลิเวอร์พูลและแมนเชสเตอร์ ซิตี คือ 2 ตัวเต็ง ณ เวลานี้ 

แฟรงค์ แลมพาร์ด

แฟรงค์ แลมพาร์ด มีศักยภาพสูงและมีทีมที่ใหญ่ เหมาะสำหรับตำแหน่งตัวเต็งในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในซีซั่นนี้

โดยในฤดูกาลนี้ เขลซี ทุ่มเงินไปจำนวนมหาศาลในการดึงดาวดังมาร่วมทีม และสร้างผลงานได้อย่างสุดยอดจนขึ้นไปอยู่อันดับ 3 ของตารางคะแนน ทำให้ เจอร์เก้นส์ คล็อปป์ อดไม่ได้ที่จะออกมากล่าวชมลูกทีมของแฟรงค์ แลมพาร์ดว่ามีศักยภาพสูงและมีทีมที่ใหญ่ เหมาะสำหรับตำแหน่งตัวเต็งในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในซีซั่นนี้ 

เมื่อได้ยินดังนั้นล่าสุด แลมพาร์ด ได้ออกมากล่าวถึงเรื่องนี้ “ผมไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เขา (คล็อปป์) พูดออกมาจะมีคนยอมรับหรือเห็นด้วยหรือเปล่า แต่สำหรับผมแล้ว ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี

คือสองทีมที่เป็นตัวเต็งและมีโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ พวกเขา (ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี) มีขุมกำลังที่ดีเยี่ยมและสร้างผลงานได้อย่างสุดยอดในช่วงระยะเวลา 3 – 4 ปี ที่ผ่านมา” 

แฟรงค์ แลมพาร์ดกล่าวต่อไปว่า “แม้ว่าพวกเขาจะมีนักเตะบาดเจ็บหลายคน แต่คุณดูในเกมเมื่อคืนที่ผ่านมา (ลิเวอร์พูล ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 4-0) พวกเขาสร้างผลงานได้สุดยอดมาก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ส กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แฟรงค์ แลมพาร์ด ข่าวบอล

ก็มีผลงานที่โดดเด่น ผมคิดว่ามันเป็นความเห็นของ คล็อปป์ เองแน่นอนเขา (คล็อปป์) มีสิทธิ์ที่จะพูด แน่นอนว่า เชลซี อยู่ในฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมแต่พวกเรามีนักเตะดาวรุ่งหลายคนที่เพิ่งได้รับโอกาสในฤดูกาลนี้” 

“มีอีกหลายทีมที่สร้างนักเตะดาวรุ่งขึ้นมามากมายเหมือนอย่างลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี และส่วนมากพวกเขาก็ประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงขึ้นมา มันเป็นเรื่องของความคงเส้นคงวา

ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ผมอยากจะให้นักเตะดาวรุ่งทุกคนจดจำเอาไว้เป็นมาตรฐานไปตลอดในระยะเวลาหลายเดือนนี้”แฟรงค์ แลมพาร์ดกล่าวปิดท้าย 

ติดตามฟุตบอลวันพรุ่งนี้ ข่าวฟุตบอลอังกฤษ โยกย้ายนักเตะ พร้อมเสริฟให้คุณได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล ยิง วูล์ฟ ไม่ยั้งรั้งรองจ่าฝูง ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล แชมป์เก่าเปิดสนาม “แอนฟิลด์” รับการมาเยือนของ วูล์ฟแฮมป์ตัน โดยเกมนี้ลิเวอร์พูลยังคงส่ง ควีวีน เคลเลเฮอร์ ลงยืนเฝ้าเสาแทนที่ของ อลิซซง เบเกอร์ เหมือนเดิม พร้อมกับพัก ดิเอโก้ โชตา เป็นตัวสำรอง 

เริ่มครึ่งแรกทั้งสองทีมต่างผลัดกันบุก แต่กลายเป็นลิเวอร์พูลที่ได้ประตูออกนำก่อน 1 – 0 จากจังหวะที่ คอเนอร์ โคดี้ พักบอลห่างตัวเลยโดน โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ขโมยบอลเข้าไปยิงผ่านมือ รุย ปาตริซิโอ นายทวาร วูล์ฟแฮมป์ตัน เข้าไป พร้อมกับเป็นประตูที่ 9 ของ ซาลาห์ ในปีนี้ พร้อมกับจบ 45 นาทีแรกไปด้วยสกอร์นี้ 

ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเอาชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน ไปขาดลอย 4 – 0 ยังคงยึดตำแหน่งรองจ่าฝูงไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

เริ่มครึ่งหลัง มาแค่ 2 นาทีลิเวอร์พูลเกือบจะได้ประตูที่ 2 เมื่อ ซาดิโอ มาเน่ ได้กดด้วยเท้าขวาเต็มแรงในกรอบเขตโทษ แต่บอลไปตรงตัว ปาตริซิโอ ที่รับไว้อย่างเหนียวแน่น 

ครึ่งหลังเกมยังเป็นของลิเวอร์พูลก่อนที่ในนาที 58 “หงส์แดง” จะได้ประตูหนีห่าง วูล์ฟแฮมป์ตัน เป็น 2 – 0 จากจังหวะ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม รับบอลจาก จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ก่อนจะปั่นบอลด้วยเท้าขวาผ่านมา ปาตริซิโอ เข้าไปอย่างสุดสวย 

จากนั้นในนาที 68 เจ้าบ้านได้ประตูหนีห่าง 3 – 0 จากจังหวะเตะมุมแล้ว เฮนเดอร์สัน เล่นสั้นกับ ซาลาห์ ก่อนที่ดาวเตะทีมชาติอียิปต์จะเปิดบอลเข้ามาแล้วเป็น โฌเอล มาติ๊ป โขกเข้าไป 

ลิเวอร์พูล ข่าวบอลออนไลน์

เกมรับของทีมเยือนยิ่งเล่นยิ่งเละ และในนาที 78ลิเวอร์พูลก็มาได้ประตูที่ 4 จากจังหวะที่ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เปิดบอลเข้ามาถึง ซาดิโอ มาเน่ ได้ซัดหน้ากรอบเขตโทษ บอลไปแฉลบขาของ เนลสัน เซเมโด้ เข้าประตูไป จบ 90 นาทีลิเวอร์พูลเปิดบ้านเอาชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน ไปขาดลอย 4 – 0 ยังคงยึดตำแหน่งรองจ่าฝูงไว้ได้อย่างเหนียวแน่น โดยมีเพิ่มเป็น 24 คะแนนเท่ากับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ส แต่ประตูได้เสียเป็นรอง “ไก่เดือยทอง” 

ติดตาม ผลบอลแบบเรียลไทม์ ข่าวบอลแบบเจาะลึก ล้วงลึกทุกวงการลูกหนัง ต้องติดตามที่เว็บของเราเลย

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พลิกชนะ เวสต์แฮม ทะยานขึ้นที่ 4

ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในคืนวันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยกพลบุกไปเยือน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ถึงสนาม “ลอนดอน สเตเดี้ยม” หากเอาชนะได้ในเกมนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะมีโอกาสพุ่งขึ้นไปติดท็อป 4 ทันที และสำหรับเกมนี้ยังพิเศษตรงที่เป็นเกมแรกในรอบ 9 เดือนที่เปิดให้แฟนบอลได้เข้าชมการแข่งขันภายในสนาม 

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แก้เกมด้วยการส่ง บรูโน แฟร์นานเดซ และ มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงสนาม

เกมนี้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดยังต้องใช้ ดีน เฮนเดอร์สัน ลงเฝ้าเสาแทนที่ของ ดาบิด เด เคอา ที่ยังมีปัญหาอาการบาดเจ็บอยู่ เกมในครึ่งแรกทั้งสองทีมเปิดเกมแลกกันอย่างสนุกแต่แล้วในนาทีที่ 38 กลายเป็นเจ้าบ้าน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่ได้ประตูขึ้นนำ 1 – 0 จากจังหวะเตะมุมและเป็น ดีแคลน ไรซ์ โขกไปที่เสาสองเข้าทาง โธมัส ซูเซ็ค ชาร์จเข้าไปไม่เหลือ จากนั้นก็จบ 45 นาทีแรกไปด้วยสกอร์นี้ 

ครึ่งหลังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดทำการแก้เกมด้วยการส่ง บรูโน แฟร์นานเดซ และ มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงสนาม จากนั้นเกมของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ และมาได้ประตูตีเสมอเป็น 1 – 1 ในนาที 65 จากจังหวะที่ บรูโน แฟร์นานเดซ ไหลบอลเข้ากลางให้ ปอล ป็อกบา ปั่นบอลด้วยเท้าขวาเข้าไปอย่างสวยงาม

เท่านั้นยังไม่พออีก 3 นาทีต่อมาแฟนบอลของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่เข้ามาเชียร์ก็ต้องนั่งเงียบกริบ อเล็กซ์ เตลเลส เปิดบอลให้ เมสัน กรีนวู้ด จับด้วยซ้ายจากนั้นก็ใช้ขาซ้ายข้างเดิมซัดบอลผ่าน ลูคัส ฟาเบียนสกี้ เข้าไปอย่างเด็ดขาดแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดพลิกกลับมานำ 2 – 1 

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ข่าวบอลออนไลน์

เกมตกมาอยู่ในมือของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดฝ่ายเดียวกับ ก่อนที่ในนาที 78 ฆวน มาต้า จะเปิดบอลให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด หลุดกับดักล้ำหน้าก่อนจะเข้าชิพบอลข้ามตัว ฟาเบียนสกี้ เข้าไปอย่างเหนือชั้น ช่วยให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดนำห่าง 3 – 1 จบ 90 นาทีแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดบุกมาเอาชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ไปด้วยสกอร์ 3 – 1 เก็บเพิ่มอีก 3 คะแนน ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 4 ของตารางคะแนนเป็นการชั่วคราว ส่วน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด หล่นไปอยู่ที่ 7 ของตาราง
เก็บตกข่าวกีฬา ข่าวบอล วงการลูกหนัง ทุกซอก ทุกมุม กับเว็บของเราได้ตลอดเวลา