Jens Lehmann

Jens Lehmann ตำนานผู้รักษาประตูกับเหตุการณ์เหยียดผิวผ่านแชท

เป็นประเด็นขึ้นมาอีกครั้ง เมื่ออดีตผู้รักษาประตูทีมชาติเยอรมันอย่าง Jens Lehmann ต้องออกมาขอโทษกับ Dennis Aogo อดีตแบ็คซ้ายของชาลเก้ หลังจากที่เขาบังเอิญส่งข้อความที่มีเนื้อหาในเชิงเหยียดผิวไปให้นักวิจารณ์ของ Sky Sport โดยไม่ได้ตั้งใจ

ซึ่งทาง Aogo ได้เปิดเผยหลังจากทำหน้าที่วิจารณ์เกม ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ระหว่างแมนเชสเตอร์ซิตี้กับปารีสแซงต์แชร์แมงในรอบรองชนะเลิศ รวมถึงข้อความที่ส่งผิดจากอดีตผู้เล่นของอาร์เซน่อลคนนี้ยังน่าจะตั้งใจส่งข้อความนี้ให้คนอื่นไม่ใช่อดีตกองหลังวัย 34 ปีอีกด้วย

Jens Lehmann

Jens Lehmann โพสต์ลงในอินตาแกรมของตัวเอง ซึ่งทาง Aogo ก็ไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นกัน

เหตุการณ์ทั้งหมดได้เกิดขึ้นในแอพพลิเคชั่นที่ชื่อว่า Whatsapp ที่ทางผู้รักษาประตูชื่อดังJens Lehmannได้ส่งข้อความไปหา Dennis Aogo โดยบังเอิญ รวมถึงมีข้อความเหยียดผิวจนทำให้เจ้าตัวนำภาพนี้ไปโพสต์ลงในอินตาแกรมของตัวเอง ซึ่งทาง Aogo ก็ไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นกัน

จนกระทั่งต้องถามผ่านสังคมออนไลน์ไปว่าJens Lehmannไม่ได้คิดแบบนี้จริง ๆ หรือไม่ ข่าวฟุตบอลออนไลน์ แต่ทว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นก็ทำให้สโมสรแฮร์ธ่าเบอร์ลินตัดสินใจยุติหน้าที่บริหารของเจ้าตัวทันที เนื่องจากสโมสรต้องการจะสนับสนุนความเท่าเทียมและหยุดยั้งพฤติกรรมที่กำลังเป็นที่พูดถึงในวงการฟุตบอลนั่นเอง

เมื่อเรื่องเริ่มลุกลามใหญ่โต ทางผู้รักษาประตูเจ้าปัญหาก็ออกมาขอโทษกับ Dennis Aoga โดยตรงผ่านทางโทรศัพท์แล้ว ซึ่งเขาก็ได้อธิบายไปว่า ข้อความนั้นไม่ได้มีเจตจาจะดูหมื่นแบ็คซ้ายคนนี้แต่อย่างใด เพราะการทำหน้าที่อันยอดเยี่ยมของเขากับสถานี Sky Sport จึงทำให้เขาได้ตัดสินใจแสดงความคิดเห็นออกมา

ข่าวบอล Jens Lehmann

ทว่าด้วยข้อความที่ไม่เหมาะสมจากการสนทนาส่วนตัวของเขาก็ทำให้Jens Lehmannต้องออกมาขอโทษแต่โดยดี แม้ว่าสุดท้ายแล้ว Aoga จะขอยอมรับคำขอโทษนั้น แต่เจ้าตัวก็ยังคงรู้สึกไม่ชอบคำที่นายทวารคนนี้พิมพ์เอาไว้ไม่ว่าจะเอ่ยถึงใครก็ตาม

สิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้รักษาประตูคนนี้ก็เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า การเหยียดผิวยังไม่หายไปไหนจากวงการฟุตบอล รวมถึงความเข้าใจต่อเหตุการณ์เหล่านี้ยังมีอยู่น้อยกว่าที่หลายคนคาดไว้ เนื่องจากในสังคมออนไลน์ยังมีคำพูดดูหมิ่นเชื้อชาติ ๆ มากมายอย่างที่เห็นได้ทั่วไปในสังคมและมีผู้เกี่ยวข้องมากมายที่ยังต้องคอยรณรงค์จนถึงปัจจุบัน 

ติดตามข่าวบอลออนไลน์ สดใหม่ได้ที่นี่เลย เว็บข่าวบอลสุดแซ่บ พร้อมให้คุณมาตำกันแล้วที่นี่เลย เว็บข่าวบอออนไลน์ วิเคราะห์บอลแบบจัดเต็ม เล่นง่าย ได้เงินจริงกับเว็บพนันออนไลน์ สล็อตฝาก10รับ100 วอเลท2021 เทคนิคการเล่นแบบไม่เคยหวงกันเลย เพราะเราคือเว็บผู้นำอันดับหนึ่งของข่าวบอล

ฟิล โฟเด้น

ฟิล โฟเด้น รถทัวร์ลง! โดนจวกยับหลังโพสต์ข้อความท้าทายคู่แข่ง

ฟิล โฟเด้น กองกลางอนาคตไกลของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอดสโมสรแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตกเป็นที่วิจารณ์ในโลกโซเชียลอย่างหนัก หลังเจ้าตัวโพสต์ข้อความเชิงท้าท้าย “คิลิยัน เอ็มบัปเป้” ปีกตัวเก่งของ ปารีส ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

คู่แข่งในรอบ 4 ทีมสุดท้ายของศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ ส่งผลให้ดาวเตะวัย 20 ปี เจอแฟนบอลทั้งทีมตัวเองและทีมคู่แข่งขึ้นรถทัวร์มาคอนเมนต์กันอย่างดุเดือดจนเจ้าตัวถึงขั้นลบโพสต์เจ้าปัญหาทิ้งเลยทีเดียว 

ฟิล โฟเด้น โพสต์ข้อความ “เอ็มบัปเป้ นายพร้อมหรือยัง” 

ฟิล โฟเด้นปีกดาวรุ่งวัย 20 ปี ของสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถึงขั้นต้องลบโพสต์และออกมาขอโทษแฟนบอล หลังจากที่เจ้าตัวโพสต์ข้อความไม่ค่อยเหมาะสมลงบน ทวิตเตอร์ ส่วนตัวที่มีผู้ติดตามกว่าครึ่งล้านฟอลโลเวอร์ เมื่อวันพุธที่ 14 เมษายน ที่ผ่านมา ว่า “@KMbappe are you ready”

ซึ่งแปลว่า “เอ็มบัปเป้ นายพร้อมหรือยัง” พร้อมทั้งแท็กบัญชี ทวิตเตอร์ ส่วนตัวของ “คิลิยัน เอ็มบัปเป้” ปีกตัวเก่งของ ปารีส ปารีส แซงต์-แชร์กแมง คู่แข่งในรอบ 4 ทีมสุดท้ายของศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ ทำเอาแฟนบอลหลายคนแสดงความไม่พอใจต่อการกระทำดังกล่าวของดาวเตะทีมชาติอังกฤษ เพราะมองว่าเป็นข้อความทำนองท้าทายและไม่ให้เกียรติคู่แข่ง จนมีแฟนบอลเข้ามาก่อสงครามน้ำลายใส่กันใต้คอมเมนต์อย่างดุเดือด ส่งผลให้ฟิล โฟเด้นถึงขั้นต้องลบโพสต์เจ้าปัญหาทิ้งเลยทีเดียว

ข่าวบอล ฟิล โฟเด้น

ทั้งนี้ฟิล โฟเด้นได้ออกมากล่าวขอโทษพร้อมทั้งชี้แจ้งว่า ตนไม่ได้เป็นผู้โพสต์ข้อความดังกล่าว แต่เป็นบริษัทที่ทำหน้าที่ดูแลสื่อโซเชียลของตัวเองที่โพสต์ข้อความเจ้าปัญหาโดยไม่ได้ปรึกษาตนก่อน ซึ่งดาวเตะ “เรือใบสีฟ้า” ได้ประกาศยุติการร่วมงานกับบริษัทดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว 

อย่างไรก็ตาม ทางด้านบริษัท เทน ทูส์ มีเดีย ที่รับหน้าที่ดูแลโซเชียลของกองกลางรายนี้ก็ได้ออกมาแก้ต่างว่า โพสต์ดังกล่าวได้ผ่านการตรวจสอบและอนุญาตจากฟิล โฟเด้นแล้ว เพราะปกติบริษัทจะส่งให้งานลูกค้าตรวจสอบก่อนอยู่แล้วนั่นเอง

สำหรับฟิล โฟเด้นและ เอ็มบัปเป้ มีคิวลงสนามฟาดแข้งกันในเกม ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบ 4 ทีมสุดท้าย คืนวันที่ 28 เมษายนนี้  จะเป็นอย่างไรต้องมาลุ้นกัน ไม่พลาด ข่าวบอลออนไลน์ ที่พร้อมบริการให้คุณได้ทุกวันที่เว็บ ฟุตบอลวันพรุ่งนี้ พร้อมแทงบอล ufa777 ออนไลน์ได้ที่เว็บที่เปิดมาบริการได้นานกว่า 10 ปี

เซอร์จิโอ กุน อเกวโร่

เซอร์จิโอ กุน อเกวโร่ กับฤดูกาลสุดท้าย ที่ยังคงเป็นเครื่องหมายคำถาม

เซอร์จิโอ กุน อเกวโร่ กองหน้าตำนานยุคใหม่ ของทีมแมนเชสเตอร์ซิตี้ ที่ยังคงครองจ่าฝูง ในศึกพรีเมียร์ชิพ ในขณะนี้ ทิ้งหาอันที่ 2 คู่ปรับร่วมเมืองอยู่ 14 แต้ม เตะมากกว่า 1 นัด หากดูจากจากผลงาน ของทีมซิตี้ และทีมลุ้นแชมป์อื่นๆแล้ว ดูเหมือนฤดูกาลนี้ ค่อนข้างมีโอกาสสูงมาก ที่อเกวโร่ จะได้แชมป์พรีเมียร์สมัยที่ 5 ไปครองได้ไม่ยาก ผมกับเรื่องราวความยากลำบาก ของกองหน้าชาวอาเจนไตน์ วัย 32 ปี รายนี้ว่าเกิดอะไรขึ้น กับสัญญาปี สุดท้าย ที่จะสิ้นสุดในซัมเมอร์นี้

เซอร์จิโอ กุน อเกวโร่เกิดเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 1988 ปัจจุบันอายุ 32 ปี เกิดที่อาร์เจนติน่า ตำแหน่งหน้าเป้า กุน อเกวโร่เป็นกองหน้าดีกรี แชมป์โอลิมปิกรุ่นเดียวกับลีโอเนล เมสซี่ ที่สามารถคว้าเหรียญทองโอลิมปิก ที่ปักกิ่งได้เมื่อ สมัยยังเป็นดาวรุ่งอยู่ กุน อเกวโร่ เริ่มขีดเขียนความเป็นตำนานให้กับแมนซิตี้ นับตั้งแต่โชว์ฟอร์มโหด ลงเล่นให้ทีมตราหมี ยอดทีมจากแดนกะทิงดุ ด้วยจำนวนประตู 100 ประตู จากการลงเล่น 230 นัด ในปี 2011 หรือ เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ด้วยค่าตัว 40 ล้านยูโร 

เซอร์จิโอ กุน อเกวโร่

เซอร์จิโอ กุน อเกวโร่ พาแมนซิตี้เป็นแชมป์พรีเมียร์ประวัติศาสตร์ ด้วยการยิงประตูในวินาทีสุดท้าย ก่อนหมดเวลาทดเจ็บใส่ ควีนปาร์ค เรนเจอร์

เซอร์จิโอ กุน อเกวโร่มีส่วนสำคัญอย่างมาก ที่พาแมนซิตี้เป็นแชมป์พรีเมียร์ประวัติศาสตร์ ด้วยการยิงประตูในวินาทีสุดท้าย ก่อนหมดเวลาทดเจ็บใส่ ควีนปาร์ค เรนเจอร์ พาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ประวัติศาสตร์ครั้งแรก ของสโมสร ปาดหน้าแมนยูไนเต็ด และจากนั้นเป็นต้นมา ด้วยการทำทีมแบบใหม่ ในยุคกุนซืออย่างเป๊ป กวาดิโอล่า และกุน อเกวโร่ ยังคงเป็นหัวหอก ที่ยึดตำแหน่งตัวจริงเรื่อยมา จนกระทั่งฤดูกาล 2020/21 ด้วยวัย 32 ปี

จากอาการบาดเจ็บบริเวณข้อเท้า และแฮมสติง ยังไม่พอติดเชื้อโควิด 19 ที่กำลังระบาดอยู่ทั่วโลกอีก จากอาการบาดเจ็บจนล้างสนามไปนาน ส่งผลให้ต้องเสียตำแหน่งตัวจริง ให้กองหน้ารุ่นน้องชาวบราซิล อย่างเฆซุส ที่ชิงตำแหน่งชิ้นปลามันมาครองได้สำเร็จ ปัจจุบันจากอาการบาดเจ็บ และหลุดเป็นตัวสำรองอยู่บ่อยครั้ง ฤดูกาลนี้ กุน อเกวโร่ ลงสนามให้แมนซิตี้ในเกมลีกเพียง 8 นัด และทำได้เพียง 1 ประตูเท่านั้น 4 ใน 8 ลงมาในฐานะตัวสำรอง

เซอร์จิโอ กุน อเกวโร่

ปัจจุบันเซอร์จิโอ กุน อเกวโรสัญญาจะสิ้นสุด กับแมนซิตี้ในฤดูร้อนนี้ ด้วยอายุที่มากขึ้น และอาการบาดเจ็บที่รุมเร้า ดูเหมือนกองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ กำลังมองหาความท้าทายใหม่ และล่าสุดในวันที่ 23 เดือน 3 ดูเหมือนกุน อเกวโร่จะได้รับความสนใจจากทีมแคว้น คาตารุญญ่า และจะเซ็นท์สัญญา 2 ปี ในถิ่นคัมป์ นู ในฤดูกาลหน้า

รู้หรือไม่ !!! ระหว่างพักรักษาอาการบาดเจ็บเซอร์จิโอ กุน อเกวโรใช้เวลาว่างนั่งสตรีมเกม และสามารถสร้างสถิติ เป็นผู้เล่นที่มียอดวิวเข้าชม รวดเร็วมากที่สุดในโลก และที่มาของชื่อ กุน มาจากตัวละครในการ์ตูนญี่ปุ่นที่อเกวโร่ชื่นชอบอย่างมาก ชื่อ  Kum Kum  และนั่นจึงเป็นที่มาของชื่อ กุนและ เรื่องราวของ ของอนาคตของกุน อเกวโร่ นับจากนี้ไป

รวมข่าวบอลทุกทีมดัง ข่าวบอลไทย ข่าวบอลอังกฤษ ข่าวโยกย้ายนักเตะ อัพเดทให้คุณทุกวันไม่เว้นวันหยุด ให้คุณได้ติดตามได้ก่อนใครแล้วที่ เว็บข่าวบอล ที่รวบรวมบทความเกี่ยวกับฟุตบอลไว้มากที่สุด และถ้ายังไม่พอ ยังอยากเล่นพนันบอลออนไลน์ง่ายๆ เพียงคลิกมาที่นี่ UFABET123

แกรี่ เนวิลล์

ที่หนึ่งไม่ไหว! แกรี่ เนวิลล์ โว “ผีแดง” ยังดีสุดเป็นอันดับ 2 ของอังกฤษ

แกรี่ เนวิลล์ ตำนานแบ็กขวากัปตันทีมของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกมาแสดงความเห็นว่า ทัพ “ปีศาจแดง” ยังถือเป็นทีมที่ดีที่สุดเป็นอันดับ 2 ของ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ แม้ว่าจะไม่สามารถจบอันดับ 1 พร้อมกับคว้าแชมป์ลีกในตอนปิดฤดูกาลได้ แต่ก็ถือเป็นผลงานที่ไม่เลวร้าย โดยอดีตแข้งทีมชาติอังกฤษได้กระตุ้นอดีตต้นสังกัดให้พยายามทำแต้มลดช่องวางจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้เหลือน้อยที่สุด

แกรี่ เนวิลล์

แกรี่ เนวิลล์ ลั่น “แมนยู” ต้องทำตามไล่จี้ “เรือใบสีฟ้า” ให้ได้มากที่สุด ไม่งั้นมีสิทธิจะเสียตำแหน่งรองจ่าฝูง

แกรี่ เนวิลล์อดีตแนวรับวัย 46 ปี ของสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ปัจจุบันผันตัวไปเป็นกูรูฟุตบอลของสื่อกีฬาช่องดังของประเทศอังกฤษออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่า ทัพ “ปีศาจแดง” ยังคงเป็นทีมที่เก่งที่สุดเป็นอันดับ 2 ของเกาะอังกฤษ หลังทีมดังแห่งถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ทำผลงานในเวที พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ได้อย่างน่าประทับใจด้วยการรั้งอันดับ 2 ของตารางคะแนน แม้จะตามหลังอริร่วมเมืองอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ครองตำแหน่งจ่าฝูงถึง 14 แต้มจนแทบหมดลุ้นแชมป์ในซีซันนี้แล้วก็ตาม 

โดยแกรี่ เนวิลล์เปิดเผยว่า “ผมยังคงคิดว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือทีมที่ดีที่สุดอันดับ 2 ของอังกฤษ แน่นอนว่าพวกเขามีสิทธิจะเสียตำแหน่งรองจ่าฝูง แต่ผมรู้สึกว่าทีมดีพอจะเป็นที่ 2 ได้ในตอนจบซีซัน ผมคิดว่าเป้าหมายของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตอนจบฤดูกาลคือการเป็นรองแชมป์ที่ดีที่สุด ไม่ใช่รองแชมป์ที่แย่” 

แกรี่ เนวิลล์

นอกจากนี้แกรี่ เนวิลล์ยังเร้าให้อดีตต้นสังกัดทำแต้มไล่จี้คู่แข่งให้ได้มากที่สุดด้วยว่า “มันคงจะน่าผิดหวังสุด ๆ ถ้าเขาจบด้วยอันดับต่ำกว่าอันดับ 2  ในตอนนี้พวกเขาต้องจบฤดูกาลด้วยการมีแต้มใกล้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้มากที่สุด เพราะการที่คุณจบฤดูกาลโดยที่มีแต้มใกล้กับพวกเขามากแค่ไหน ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก นึกถึงตอนจบฤดูกาลไปแล้วมันจะมีการเถียงกันว่า โอ้ นายมีแต้มห่างพวกเขา 16 แต้ม 26 แต้ม ฯลฯ  และคุณต้องพยายามคิดว่าจะลดช่องว่างให้เหลือแค่เลขหลักเดียวได้ด้วยวิธีไหน”

ติดตาม ข่าวฟุตบอลอังกฤษ ข่าวโยกย้ายนักเตะ ข่าวบอลที่พร้อมบริการคุณได้ทุกวัน นอกจากนี้เรายังมีเว็บแทงบอลออนไลน์ที่แจกหนักแจกจริงมากที่สุดที่นี่เลย ufa777

โธมัส ทูเคิ่ล

ไม่เสียหาย! โธมัส ทูเคิ่ล พอใจแบ่งแต้ม “แมนยู” ชี้ เกมคุณภาพ

โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือชาวเยอรมันของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ยักษ์ใหญ่ประจำเวที พรีเมียร์ลีก เผยว่า รู้สึกพอใจกับผลการแข่งขันในเกม พรีเมียร์ลีก ที่เปิดบ้านเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0 – 0 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยเฮดโค้ชวัย 47 ปี ชี้ว่า เกมดังกล่าวเป็นเกมคุณภาพที่ต่างฝ่ายต่างงัดแท็คติกมาสู้กันได้อย่างสูสี 

โธมัส ทูเคิ่ลผู้จัดการทีมของสโมสร เชลซี เปิดเผยว่า ตนรู้สึกพอใจในผลการแข่งขันในเกม พรีเมียร์ลีก ที่ทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” เปิดบ้านเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0 – 0 ในเกมประจำคืนวันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยในเกมนี้ ทั้งสองทีมต่างเล่นกันแบบรัดกุมและต่างฝ่ายต่างรอจังหวะสวนกลับ

จนรูปแบบดูน่าอึดอัดตั้งแต่ครึ่งแรก ก่อนจะจบเกมโดยที่ไม่สามารถทำอะไรกันได้ แบ่งกันไปทีมละ 1 แต้ม ส่งผลให้ ทีมของโธมัส ทูเคิ่ล พลาดโอกาสแซง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ขึ้นไปรั้นอันดับ 4 ของตารางคะแนน พรีเมียร์ลีก อย่างน่าเสียดาย 

โธมัส ทูเคิ่ล

โธมัส ทูเคิ่ล โว พอใจในการแข่งขันเกม พรีเมียร์ลีก เปิดบ้านเสมอกับ แมนเชสเตอร์ กลายเป็นทีมแกร่งทียากต่อกรด้วย!

โดยโธมัส ทูเคิ่ลเปิดเผยหลังเกมว่า “มันเป็นเกมคุณภาพสูงของทั้งสองทีม เราต้องเจอความยากลำบากในช่วงครึ่งแรก เพราะความสามารถของ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ โดยรวมแล้วมันเป็นเกมที่สูสีกันมาก เรารู้สึกว่าเราเล่นได้ดีขึ้นช่วงครึ่งหลัง มีโอกาสทำประตูหลายครั้ง และก็โอกาสเสียประตูพอสมควร

ผมคิดว่าเราใกล้เคียงกับชัยชนะ แต่นี่เป็นเกมที่เต็มไปด้วยคุณภาพอย่างแท้จริง ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น ผมพอใจมาก เราเปลี่ยนแปลงในช่วงครึ่งหลัง เกมรับสามารถป้องกันสองกองหน้าของพวกเขาได้ พวกเขาจึงไม่สามารถลากบอลตะลุยขึ้นมาได้ แต่เราก็ยังไม่ดีพอในการเล่นเกมรุก

ข่าวบอล โธมัส ทูเคิ่ล

เพราะพวกเขาวิ่งไล่กดดันสูง ซึ่งมันไม่ง่ายเลยที่จะแก้ปัญหาจุดนี้ เราเสียบอลง่าย ๆ และขาดความเฉียบคมที่จะเอาชนะในเกมแบบนี้ แต่ด้วยฟอร์มการเล่นวันนี้ ก็ต้องบอกว่าไม่มีอะไรให้กังวล ถ้าเรายังเล่นด้วยฟอร์มนี้ต่อไป เราจะกลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งจนยากจะต่อกรด้วยแน่นอน”

ติดตามข่าวบอลวันนี้ ข่าวฟุตบอลวันพรุ่งนี้ ติดตามกันได้ตลอด ไม่พลาดทุกเรื่องเด่น ประเด็นดัง นักเตะย้ายทีม พร้อมเล่นพนันออนไลน์ หรือจะแทงบอลออนไลน์ เราก็มีให้พร้อมที่นี่เลย tiger789

ปีศาจแดง

ไม่เป่าได้ไง! เปาดังชี้ ปีศาจแดง ควรได้ลูกจุดโทษเกมเจ๊า “เชลซี”

ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดทีมแห่งศึพ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ชวดได้ลูกจุดโทษในจังหวะเจ้าปัญหาที่ “คัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย” ปีกตัวเก่งของ เชลซี ทำแฮนด์บอลในกรอบเขตโทษ เกมที่ทั้งคู่เสมอกันไป 0 – 0 ในศึก พรีเมียร์ลีก ประจำคืนวันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยล่าสุด อดีตผู้ตัดสินดังของอังกฤษออกมาชี้ว่า จังหวะดังกล่าว ทีมปีศาจแดงสมควรได้ลูกจุดโทษอย่างไม่ต้องสงสัย!

“มาร์ค แคล็ตเทนเบิร์ก” อดีตผู้ตัดสินชื่อดังของศึก พรีเมียร์ลีก ออกมาแสดงความเห็นว่า ทีมปีศาจแดงสมควรได้ลูกจุดโทษในจังหวะที่ “ฮัดสัน โอดอย” กองหน้าตัวเก่งของทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” ทำแฮนด์บอลในกรอบเขตโทษ เกมที่ทั้งสองทีมเสมอกันไปแบบไม่มีสกอร์ 0 – 0 ในศึก พรีเมียร์ลีก ประจำคืนวันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

ปีศาจแดง

ปีศาจแดง เสมอ เซลซี 0 – 0 ทั้งสองนัดในฤดูกาลนี้ กล่าวหลังเกมว่า ทีมของตนสมควรได้ลูกจุดโทษ เช่นเดียวกับ มาร์ค แคล็ตเทนเบิร์ก

โดยในเกมดังกล่าว ประเด็นดราม่าเกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรก เมื่อ ฮัดสัน โอดอย เบียดแย่งบอลกับ “เมสัน กรีนวู้ด” ก่อนที่เจ้าตัวเหมือนจะใช้มือแต่งบอลในกรอบเขตโทษตัวเอง ซึ่งในตอนแรก “สจ๊วร์ต แอ็ตต์เวลล์” เชิ๊ตดำในเกมนี้ไม่ได้แสดงปฏิกิริยาใด ๆ ก่อนที่จะมีการย้อนดูภาพ VAR ภายหลัง แต่เจ้าตัวก็ยังยืนยันคำตัดสินเดิมที่ไม่ให้ลูกจุดโทษกับปีศาจแดงเนื่องจากมองว่า โอดอย ไม่ได้มีเจตนาใช้มือแต่งบอล แต่ถูกกระแทกจาก กรีนวู้ด มากกว่า

ปีศาจแดง ข่าวบอลออนไลน์

อย่างไรก็ตาม จังหวะดังกล่าวได้กลายเป็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในช่วงหลังเกม โดย “โอเล่ กุนนาร์ โซลชา” กุนซือของทีม ปีศาจแดงได้ออกมากล่าวหลังเกมว่า ทีมของตนสมควรได้ลูกจุดโทษ เช่นเดียวกับ มาร์ค แคล็ตเทนเบิร์ก ที่ได้ออกมาแสดงความเห็นว่า “แขนของ โอดอย ยกขึ้นมาอย่างไม่เป็นธรรมชาติ แถมมือยังโดนลูกบอลด้วย  คริส คาวาร์นาฟ ผู้ตัดสินในห้อง VAR จึงคิดว่า สจ๊วร์ต แอ็ตต์เวลล์ พลาดในจังหวะนี้ที่ไม่ได้เป่าเป็นลูกจุดโทษ เขาจึงให้ แอ็ตต์เวลล์ ย้อนดูจังหวะนั้นที่จอข้างสนามเพื่อจะได้ตัดสินใจใหมอีกครั้ง แต่เขากลับไม่ให้จุดโทษ ทั้ง ๆ ที่เห็นภาพมุมเดียวกับเรา มันแปลกมาก ๆ”

พบกับ ข่าวฟุตบอลอังกฤษ ข่าวโยกย้ายนักเตะ ข่าวบอลออนไลน์ ที่ให้คุณได้มากกว่าใคร เพราะเราคือเว็บข่าวบอลและพนันอันดับหนึ่งของเมืองไทย ที่พร้อมให้คุณได้ติดตามกันแล้วที่นี่ที่เดียว เว็บสล็อตยอดนิยม

บีจี ปทุม ยูไนเต็ด

ปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้ทัพบลู แมชชีน บีจี ปทุม ยูไนเต็ด โชว์ฟอร์มโหดในฤดูกาล 2020-2021

ต้องยอมรับเลยว่าพลพรรคบลู แมชชีน บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทัพของ โค้ชโอ่ง ดุสิต เฉลิมแสน ได้กลายมาเป็นสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการฟุตบอลแดนสยามไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แถมยังได้รับการยกย่องให้เป็นทีมเต็งที่จะคว้าแชมป์โตโยต้า ไทยลีก ในฤดูกาล 2020-2021 ไปครองอีกด้วย

หลังพวกเขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในลีก ชนะ 14 เกม เสมอ 2 เกม ยังไม่เคยเพลี่ยงพล้ำให้กับคู่แข่งเลยแม้แต่เกมเดียว เก็บไปได้มากถึง 44 แต้ม กำลังรั้งตำแหน่งจ่าฝูงของตารางคะแนนอยู่ในเวลานี้ และนี่คือ 3 ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทัพบลู แมชชีนบีจี ปทุม ยูไนเต็ดโชว์ฟอร์มโหดในฤดูกาล 2020-2021  

บีจี ปทุม ยูไนเต็ด

บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ยกระดับเกมรับของทีมให้ดีขึ้นมาได้อย่างเห็นได้ชัด แถมพวกเขาทั้งคู่ยังสามารถลงเล่นกับ อิรฟาน ฟานดี้

ความแข็งแกร่งในเกมรับ – ต้องยอมรับเลยว่าเกมรับของทัพบลู แมชชีนบีจี ปทุม ยูไนเต็ด มีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก การเข้ามาของ อันเดรส ตูเญซ และ วิคเตอร์ คาร์โดโซ สามารถยกระดับเกมรับของทีมให้ดีขึ้นมาได้อย่างเห็นได้ชัด แถมพวกเขาทั้งคู่ยังสามารถลงเล่นกับ อิรฟาน ฟานดี้ ปราการหลังดาวรุ่งดีกรีทีมชาติสิงคโปร์

ได้อย่างเข้าขา นอกเหนือจากกำแพงเหล็กทั้ง 3 แล้วบีจี ปทุม ยูไนเต็ดยังมี เจ้าบอย ฉัตรชัย บุตรพรม ผู้รักษาประตูดีกรีทีมชาติไทย คอยป้องกันหน้าปากประตูอีกด้วย ซึ่งความแข็งแกร่งในเกมรับ ทำให้พวกเขาไปเพียงแค่ 8 ประตูเท่านั้น จากการลงเล่น 16 บนเวทีโตโยต้า ไทยลีก 

แดนกลางประสานงานกันได้อย่างลงตัว – นอกจากความยอดเยี่ยมในเกมรับแล้ว ทัพบลู แมชชีนบีจี ปทุม ยูไนเต็ดก็ยังความยอดเยี่ยมในเกมแดนกลางเช่นกัน 3 กองกลางของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็น เจ้าตัง สารัช อยู่เย็น , เจ้านิว ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ และ เจ้าตั๊ก สุมัญญา ปุริสาย

ข่าวบอล บีจี ปทุม ยูไนเต็ด

ต่างมีสไตล์การเล่นที่แตกต่างกัน แต่ก็สามารถลงเล่นร่วมกันได้อย่างเข้าขา ซึ่งจุดนี้ต้องชื่นชม โค้ชโอ่ง ดุสิต เฉลิมแสน กุนซือใหญ่ของทีม ที่สามารถดึงจุดเด่นของนักเตะแต่ละคนออกมาได้อย่างเต็มที่ ช่วยให้ทัพบลู แมชชีน มีเกมแดนกลางที่สมดุล ยอดเยี่ยมทั้งจังหวะทำเกมรุก และจังหวะลงมาตั้งรับ  

การทำงานที่ยอดเยี่ยมของบอร์ดบริหาร – ปัจจัยที่สำคัญที่สุด ที่ทำให้ทัพบลู แมชชีนบีจี ปทุม ยูไนเต็ดทำผลงานได้อย่างร้อนแรงบนเวทีโตโยต้า ไทยลีก คงจะหนีไม่พ้นการทำงานที่ยอดเยี่ยมของบอร์ดบริหาร ที่นำโดย ปวิณ ภิรมย์ภักดี ที่โน้มน้าว โค้ชโอ่ง ดุสิต เฉลิมแสน ที่ต้องการอำลาทีม เพื่อไปหาความท้าทายใหม่

ให้อยู่คุมทัพในฤดูกาลนี้ต่อไปได้สำเร็จ แถมยังทุ่มทุนจำนวนมหาศาลในการดึงนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์เข้ามาสู่ทีม ไม่ว่าจะเป็น วิคเตอร์ คาร์โดโซ , อันเดรส ตูเญซ , สุมัญญา ปุริสาย , สารัช อยู่เย็น , เจนรบ สำเภาดี รวมไปถึง ธีรศิลป์ แดงดา และ ดิเอโก หลุยส์ ซานโตร ในช่วงเลกสองด้วย

ข่าวฟุตบอลอังกฤษ ข่าวโยกย้ายนักเตะ ข่าวบอลออนไลน์ที่อัพเดทตลอดเวลา วิเคราะห์บอลแบบสุดๆ นอกจากนี้เรายังมีแหล่งแทงบอลออนไลน์ได้ที่นี่เลย gclub1688

พรีเมียร์ลีก

พาชม 3 การย้ายทีมสุดน่าเหลือเชื่อในเวที พรีเมียร์ลีก ชนิดที่แฟนบอลต้องร้องว่า มาได้ยังไง

ในโลกของฟุตบอล พรีเมียร์ลีก มักจะมีอะไรที่ตื่นเต้นและไม่คาดคิดเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผลการแข่งขันที่พลิกล็อก , การคว้าแชมป์รายการใหญ่ของสโมสรเล็กๆ หรือแม้กระทั่งการย้ายทีมอย่างไม่คาดฝันของนักเตะ ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา การตัดสินใจของนักเตะชื่อดังระดับโลก

ก็มักจะสร้างความประหลาดใจให้กับแฟนบอลได้อยู่เสมอ และวันนี้เราจึงอยากจะพาทุกท่านไปชม 3 การย้ายทีมสุดน่าเหลือเชื่อที่เคยเกิดขึ้นบนเวทีพรีเมียร์ลีกชนิดที่แฟนบอลจะต้องร้องว่า มาได้ยังไง อย่างแน่นอน ถ้าพร้อมแล้ว ขอเชิญทุกท่านติดตามไปพร้อมกันได้เลย

โอเดียน อิกาโล – หลังจาก โอเดียน อิกาโล ตัดสินใจย้ายออกจากทัพแตนอาละวาด วัตฟอร์ด ไปค้าแข้งในศึกไชนีส ซูเปอร์ ลีก ในปี 2017 คงไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะได้กลับมาเล่นฟุตบอลในระดับสูงอีกแล้ว แต่สุดท้ายเรื่องน่าเหลือเชื่อก็เกิดขึ้นจนได้

พรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีก ทำผลงานได้ไม่ธรรมดาเสียด้วย หลังกดไปถึง 5 ประตู จากการลงสนามทั้งสิ้น 19 เกม

เพราะเขาได้ย้ายเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของทัพปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวทีพรีเมียร์ลีกด้วยสัญญายืมตัวแบบหน้าตาเฉย แถมยังทำผลงานได้ไม่ธรรมดาเสียด้วย หลังกดไปถึง 5 ประตู จากการลงสนามทั้งสิ้น 19 เกมรวมทุกถ้วยทุกราย และเพิ่งจะอำลาทัพปีศาจแดงไป หลังสัญญายืมตัวสิ้นสุดลงไปเมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา

เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่ – ถือเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อเป็นอย่างมากที่ เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่ กองกลางดีกรีทีมชาติอาร์เจนตินา ตัดสินใจอำลาทัพงูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน เพราะตัวเขาประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากเวทีกัลโช่ เซเรีย อา

แต่กลับเลือกย้ายมาค้าแข้งให้กับทัพจิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ ซิตี้ ที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาสู่ลีกสูงสุดของวงการฟุตบอลอังกฤษ โดยทางด้านของ เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่ อยู่กับทีมเป็นระยะเวลา 1 ฤดูกาล ช่วยทัพจิ้งจอกสยาม รอดพ้นจากการตกชั้นไปแบบฉิวเฉียด ก่อนที่ในฤดูกาลถัดมาพวกเขาจะทำเรื่องช็อกโลก ด้วยการก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครอง 

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก

จูลิโอ เซซาร์ – ย้อนกลับไปในฤดูกาล 2012-2013 พลพรรคทหารเสือราชินี ควีนส์ พาร์ค เรนเจอร์ส ที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาสู่เวทีพรีเมียร์ลีกได้ทำเรื่องที่ช็อกวงการฟุตบอล หลังพวกเขาประกาศคว้าตัว จูลิโอ เซซาร์ ผู้รักษาประตูดีกรีทีมชาติบราซิล จากทัพงูใหญ่ อินเตอร์ ที่เคยคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา 5 สมัย

รวมถึงแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก 1 สมัย มาร่วมทัพแบบไร้ค่าตัว ซึ่งทางด้านของ จูลิโอ เซซาร์ ก็ได้ประกาศกร้าวว่า เขาต้องการที่คว้าจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ร่วมกับสโมสรแห่งนี้ แต่สุดท้ายก็เป็นได้แค่ฝัน เพราะควีนส์ พาร์ค เรนเจอร์ส จบฤดูกาลด้วยการจมบ๊วยบนตารางคะแนน กระเด็นตกชั้นไปตามระเบียบ

ลุ้นผลฟุตบอลวันพรุ่งนี้ อัพเดทข่าวกีฬาได้ไม่จำกัด พร้อม เล่นพนันบอลออนไลน์ ได้เงินแบบเต็มๆ จุกๆ ได้แล้วที่นี่ UFA999 กับเว็บพนันออนไลน์อันดับหนึ่งของเมืองไทย

สรุปผลฟุตบอลไทยลีก

สรุปผลฟุตบอลไทยลีก 1 นัดที่15 คู่วันศุกร์

สรุปผลฟุตบอลไทยลีก 1 คู่วันศุกร์ ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อย กับโปรแกรมแข่งขัน 3 คู่  ซึ่งผลการแข่งขันไม่มีพลิกล็อคแต่อย่างใด โดยเหตุการณ์แต่ละคู่จะเป็นอย่างไรบ้าง ติดตามทั้งหมดได้ด้านล่างนี้

คู่แรก ราชบุรี มิตรผล เปิดบ้านพ่ายจ่าฝูง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด 1-4 ซึ่งราชันมังกรหมายมั่นปั้นมือจะโค่นจ่าฝูงให้จงได้สรุปผลฟุตบอลไทยลีกแต่แล้วรูปเกมที่ปรากฏกลับกลายว่าเกมเป็นรอง ก่อนที่ 15 นาทีแรก

สรุปผลฟุตบอลไทยลีก

สรุปผลฟุตบอลไทยลีก ครึ่งหลังแนวรับราชบุรีสมาธิแตกจนโดนแนวรับทีมเยือนโขกทำประตู แถมยังส่งบอลคืนพลาดอีก

ในครึ่งหลังแนวรับราชบุรีสมาธิแตกจนโดนแนวรับทีมเยือนโขกทำประตู แถมยังส่งบอลคืนพลาดอีก ทำให้สิริรวมแล้วโดนถลุงไป 0-4 แม้ท้ายเกมจะยิงตีตื้น 1-4 แต่ก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว ทำให้ 2 นัดล่าสุด ราชบุรีโดนเจาะตาข่ายไปถึง 7 ดอก 

สรุปผลฟุตบอลไทยลีกคู่ถัดมา พีทีประจวบ เอฟซี เปิดบ้ายพ่าย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไปอย่างสุดเซ็งด้วยสกอร์ 0-1 โดยรูปเกมของทัพต่อพิฆาตในช่วงเริ่มต้นถือว่าย่ำแย่ กระทั่งโดนยิงนำไปก่อน 0-1  จากศุภชัย ใจเด็ด ถึงกระนั้นยังโชคดีที่ไม่โดนเจาะตาข่ายเพิ่ม

ทำให้เจ้าบ้านยังอยู่ในเกม ขณะที่ครึ่งหลังเจ้าบ้าออกมาเล่นแบบแลกหมัด แต่จุดเปลี่ยนสำคัญของเกมอยู่ที่การเรียก VAR ถึง 3 ครั้ง โดย 2 ครั้งแรกถูกริบคืน ซึ่งถือว่าตัดสินถูกต้องแล้ว แต่ครั้งสุดท้ายก่อนครบ 90 นาที ถือว่าถูกต้อง

เพราะเคลิชปล่อยบอลตกพื้นจนกระดอนมาโดนแขน แต่แล้วจุดโทษของเจ้าบ้านที่สังหารโดนโมต้า กลับยิงหลังเท้าข้ามคานออกไปแบบไม่มีลุ้น ทำให้จบเกม พีที ประจวบ เอฟซี พ่ายคาบ้านแก่ บุรีรัมย์  ยูไนเต็ด แบบน่าเสียดาย ทั้งที่โอกาสคว้า 1 แต้มกองอยู่ตรงหน้าแล้ว 

สรุปผลฟุตบอลไทยลีก ข่าวบอลออนไลน์

คู่สุดท้ายของวันอยู่ที่สนามทุ่งทะเลหลวง สุโขทัย เอฟซีสรุปผลฟุตบอลไทยลีกเปิดบ้านพ่าย ชลบุรี เอฟซี 1-2 โดยเกมนี้สู้กันได้อย่างสนุกสูสี กระทั่งฉลามชลขึ้นไปก่อน 0-1 ก่อนที่ครึ่งหลังทัพค้างคาวไฟจะโหมบุกจนได้ประตูตีเสมอ 1-1

ซึ่งในตอนนั้นโมเมนตัมเหวี่ยงมาทางเจ้าบ้านแล้ว ทำให้โค้ชอั๋นเลือกเติมเชื้อไฟด้วยการส่งฮิบสัน เมโล่ ลงสนามเพื่อลุ้น 3 แต้ม แต่ทันใดนั้นเองทีมเยือนมาได้จังหวะโต้กลับแล้วเลือกยิงเร็วจนบอลพุ่งเสียบใต้คาน กลายเป็นหมัดน็อคของฉลามชลที่ยัดเยียดให้แก่ทัพค้างคาวไฟ หลังจากนั้นเจ้าบ้านไม่สามารถตั้งเกมบุกขึ้นมาได้จนจบเกม 

พบกับ ข่าวบอลไทย กับการเจาะลึกแบบจัดเต็ม วิเคราะห์บอล ผลบอลวันนี้ ผลบอลวันพรุ่งนี้ แบบไม่มีเข้าข้างใคร เล่นพนันบอลได้ทันที ufabet777 เพราะเราคือเว็บพนันออนไลน์อันดับ 1 ของเมืองไทย

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดที่ 13 วูล์ฟแฮมป์ตัน เฉือนชนะเชลซี นาทีสุดท้าย 2-1

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดที่ 13 ของฤดูกาล ลงเตะกันในช่วงกลางสัปดาห์ โดยส่วนนี้จะมาวิเคราะห์เกมการเล่นของวูล์ฟแฮมป์ตัน ที่เปิดบ้านโชว์ฟอร์มเหนือจนเฉือนชนะเชลซี ในนาทีสุดท้ายขอการทดเวลาบาดเจ็บไป 2-1 แต่ก่อนอื่นผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม เริ่มจากเจ้าบ้านที่มาในระบบ 3-4-2-1 ส่วนทีมเยือนวางผัง 4-3-3 เหมือนเคย 

เกมในครึ่งแรก ยังไม่มีฝ่ายไหนดูเหนือกว่ากันศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษแต่สิ่งที่เห็นได้ชัดคือเชลซีครองบอลบุกเข้าใส่ แต่เจาะแนวรับเจ้าบ้านไม่ได้ ทำให้จังหวะลุ้นประตูมาจากลูกเตะ ซึ่งมี 2 จังหวะจากลูกเตะมุมที่เชลซีควรได้ แต่ดันโหม่งออกและชนคาน ขณะที่วูล์ฟแฮมป์ตันจะเน้นการดักบอลและสวน แต่ก็เจาะไม่ได้เช่นกัน 

ครึ่งหลัง เชลซีออกมาเล่นด้วยความวูบวาบ จากการเล่นบอลให้รวดเร็ว มีการเปิดสลับข้างอย่างรวดเร็วและมีการทำชิ่ง กระทั่งมาได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็วในนาทีที่ 48 ซึ่งจังหวะนี้นับเป็นการเข้าทำที่สมบูรณ์แบบของลูกทีมแลมพาร์ด ไล่ตั้งแต่การเปิดบอลเปลี่ยนแกน

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เส้นขวาของวูล์ฟ์แฮมป์ตันก็รับมือไม่ดีด้วย ดังจะเห็นได้ว่ามีการถอยและยืนทับตำแหน่งกัน ทำให้วิ่งตามไปประกบตัวเปิดไม่ทัน

มีการทำชิ่งศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษและการยิงตัดหน้ากองหลังของชิรูด์ ที่น้ำหนักและทิศทางดีพอที่จะเป็นประตู  แต่ในขณะเดียวกันริมเส้นขวาของวูล์ฟ์แฮมป์ตันก็รับมือไม่ดีด้วย ดังจะเห็นได้ว่ามีการถอยและยืนทับตำแหน่งกัน ทำให้วิ่งตามไปประกบตัวเปิดไม่ทัน

หลังจากเชลซีขึ้นนำกลายเป็นถอนคันเร่งไป แล้วไปอุดในแดนตัวเองเสียอย่างนั้น ทำให้วูล์ฟแฮมป์ตันได้บุกขึ้นมาจนใกล้เคียงกับการได้ประตู ก่อนที่สุดท้ายจะมาได้ประตูตีเสมอจากโพเดนช์ ที่ขยับหลอกและยิงเสาแรกเข้าไปอย่างเหนือชั้น ซึ่งมิอาจโทษใครได้เลยสำหรับจังหวะนี้ 

ในช่วงที่สกอร์เสมอกัน 1-1 เชลซีพยายามเปิดเกมแลกอีกครั้ง แต่หลายครั้งโดนวูล์ฟแฮมป์ตันโต้กลับ จนกลายเป็นว่าช่องที่เปิดกว้างและกองหลังที่ความเร็วช้ากว่า ทำให้โอกาสยิงประตูดูหวาดเสียวกว่า จนสุดท้ายมาโดนยิงจริง ๆ ในช่วงทดเวลานาทีสุดท้าย เป็น 2-1 

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ข่าวบอลออนไลน์

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษบทสรุปจากเกม วูล์ฟแฮมป์ตัน ดูเป็นรองเสียด้วยซ้ำ แต่มีความรัดกุมพอในเกมรับทำให้โดนส่องไปแค่ประตูเดียว อีกทั้งการไม่โดนเม็ดสองทำให้ยังอยู่ในเกมและฉวยโอกาสจากช่องทางที่คู่แข่งเปิดไว้แล้วทำประตูได้ ส่วนเชลซี เกมนี้ดูเหนือกว่า

แต่การเล่นหลังจากขึ้นนำถือว่าผิดพลาด เพราะผ่อนเกมเยอะเกินไป รวมถึงการโหมบุกโดยไม่คำนึงถึงเกมสวนกลับของเจ้าถิ่นที่อันตรายและส่งสัญญาณเตือนหลายครั้งแล้ว ทำให้ท้ายที่สุดไม่ได้แม้แต่แต้มเดียวกลับบ้าน     

พบกับข่าวบอลออนไลน์ ที่มีให้คุณได้ติดตามกันได้ทุกวัน ไม่เว้นแต่ละวัน บท วิเคราะห์บอล ข่าวโยกย้ายนักเตะ ที่ถูกรวบรวมเอาไว้ที่นี่แล้ว พร้อมให้คุณได้แทงบอลออนไลน์ แบบนักพนันมืออาชีพกันเลย UFA9889