นักเตะลิเวอร์พูล

วิเคราะห์โอกาสที่จะอยู่ต่อ 3 นักเตะลิเวอร์พูล ใกล้หมดสัญญาในซัมเมอร์นี้

ลิเวอร์พูลเป็นทีมที่มีสิทธิ์ที่จะคว้าแชมป์ได้ในฤดูกาลนี้ด้วยผลงานการเล่นของนักเตะในทีมหลายๆคนซึ่งแน่นอนว่านักเตะในทีม นักเตะลิเวอร์พูล นั้นมีฝีเท้าที่ยอดเยี่ยมและทำผลงานได้ดี และสำหรับบางรายนั้นก็ยังมีผลงานที่ไม่สามารถยึดตัวจริงของทีมได้ ดังนั้นเราจะพาแฟนหงส์แดงมาวิเคราะห์โอกาสที่นักเตะของทีมจะได้ต่อสัญญากับสโมสรต่อไปหรือไม่โดยมีนักเตะที่ใกล้หมดสัญญาถึง 3 คน ไม่ว่าจะเป็น โอริกี้ มิลเนอร์ และ คาริอุส 

นักเตะลิเวอร์พูล

วิเคราะห์ 3 นักเตะลิเวอร์พูล หมดสัญญาอยู่ต่อหรือย้ายทีม

นักเตะลิเวอร์พูลจะมีนักเตะที่จะหมดสัญญาในช่วงซัมเมอร์นี้ถึง 3 คน โดยทั้งทั้ง 3 ข่าวบอลอังกฤษ คนนั้นจะมีการต่อสัญญาออกไปอีกหรือจะถูกปล่อยตัวออกจากทีมแบบไร้ค่าตัวหรือไม่นั้นมาวิเคราะห์ มาร่วมกันวิเคราะห์ความเป็นไปได้กันเลย

ดิว็อค โอริกี้ 
กองหน้าวัย 26 ปี รายนี้จะหมดสัญญาในช่วงซัมเมอร์โดยตลอดระยะเวลาที่อยู่กับลิเวอร์พูลมาตั้งแต่ในปี 2015 เจ้าตัวยังไม่สามารถทำผลงานและยึดตำแหน่งตัวจริงของทีมได้โดยถูกจับนั่งเป็นตัวสำรองมาโดยตลอด โดยได้ลงสนามให้กับนักเตะลิเวอร์พูลเพียงแค่ 14 นัดเท่านั้นและทำประตูได้ 5 ประตูซึ่งแน่นอนว่านักเตะรายนี้เป็นที่ต้องการของหลายๆทีม แต่เนื่องจากในแนวรุกของลิเวอร์พูลนั้นมีตัวเลือกให้เพื่อใช้งานหลายคนจึงทำให้โอกาสที่นักเตะรายนี้จะย้ายออกจากทีมนั้นมีสูงและในขณะนี้ก็ยังไม่มีการเสนอสัญญาฉบับใหม่จากทีมต้นสังกัดเลย

เจมส์ มิลเนอร์
เจมส์ มิลเนอร์ ยังถือว่าเป็นนักเตะสำคัญของนักเตะลิเวอร์พูลอยู่ตลอดมาถึงแม้ว่าจะมีอายุเยอะแล้วซึ่งในปีนี้เจ้าตัวมีอายุ 36 ปีแต่ผลงานการเล่นอย่างทำได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยผลงานการเล่นและประสบการณ์จึงทำให้นักเตะรายนี้มีโอกาสที่จะต่อสัญญากับทัพหงส์แดงไปอีก 1 ปี หลังจากที่สัญญาจะหมดลงในช่วงซัมเมอร์ที่จะถึงนี้ และแน่นอนว่าแฟนบอลเดอะค็อปนั้นต้องการให้เขาอยู่กับทีมต่อไป 

นักเตะลิเวอร์พูล

ลอริส คาริอุส
เป็นผู้รักษาประตูที่มีผลงานที่ไม่น้อยหน้าใคร แต่กลับถูกจับนั่งเป็นตัวสำรองมาโดยตลอดโดยผู้รักษาประตูรายนี้มีอายุ 28 ปีโดยยังสามารถโชว์ผลงานการเล่นให้กับทีมอื่นได้เป็นอย่างดีในสถานการณ์ที่ถูกยืมตัว และสัญญาของผู้รักษาประตูรายนี้กับลิเวอร์พูลนั้นจะสิ้นสุดลงในช่วงซัมเมอร์ที่จะถึง

โอกาสที่ลิเวอร์พูลจะปล่อยตัวออกจากทีมนั้นมีสูงมากและเจ้าตัวก็ไม่อยากถูกจับนั่งเป็นตัวสำรอง และในเวลานี้ก็มีทีมดังๆหลายทีมต้องการคว้าตัวนายทวารหน้าหล่อรายนี้เข้าร่วมทัพ เช็คผลบอล สำหรับสถานการณ์การย้ายทีมหรือต่อสัญญาของนักเตะใน  ลิเวอร์พูล นั้นจะมีข่าวคราวมาเรื่อยแต่อย่างไรก็ตามแฟนบอลนั้นรอติดตามการยืนยันจากสโมสรเพื่อความถูกต้องต่อไป

ลิเวอร์พูล

วิเคราะห์ ลิเวอร์พูล มีโอกาสที่จะคว้าแชมป์ได้หรือไม่

การแข่งขันในศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษฤดูกาล 2021-2022 ถือว่าเป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่มีการแข่งขันชิงแชมป์กันอย่างสนุกสุดมันส์ เมื่อการแข่งขันเดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายทีมอันดับ 1 และอันดับ 2 มีคะแนนห่างกันเพียงแค่ 1 คะแนนเท่านั้น ซึ่งจะเหลือการแข่งขันอยู่ทั้งหมดอีก 9 นัด ในบทวิเคราะห์นี้จะพาแฟนบอลมาดูว่าทีมอันดับ 2 ของตารางพรีเมียร์ลีกอังกฤษอย่าง ลิเวอร์พูล นั้นจะมีสิทธิ์คว้าแชมป์ในฤดูกาลนี้ได้หรือไม่ 

ลิเวอร์พูล

วิเคราะห์โอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกของ ลิเวอร์พูล ศึกนี้จะทำอย่างไร รักษาฟอร์มไว้

ลิเวอร์พูลผลงานการเล่น ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลฤษฤดูกาลนี้ถือได้ว่าเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมอีกหนึ่งฤดู ถึงแม้ว่ามีคะแนนตามหลังแมนซิตี้ ข่าวบอลพรุ่งนี้ อยู่ก็ตามแต่ก็มีโอกาสที่จะคว้าแชมป์ได้ดังนั้นเรามาดูโอกาสที่ลิเวอร์พูลจะคว้าแชมป์ในฤดูกาลนี้ว่ามีมากน้อยเพียงใด

การแข่งขันในพรีเมียร์ลีกของลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้เหลืออีกเพียงแค่  9 เกมเท่านั้น โดยเกมที่เหลือถือว่าเป็นงานหนักเลยทีเดียว โดยจะมีนัดที่ได้พบกับแมนเชสเตอร์ซิตี้ซึ่งจะเป็นนัดที่ตัดแต้มกันเอง ซึ่งถ้าหากชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ในนัดนี้ลิเวอร์พูลจะขึ้นเป็นจ่าฝูงทันที   และมีแต้มห่างแมนซิตี้อยู่ 2 แต้ม

ลิเวอร์พูล

และในอีก 2 เกมหนักที่จะได้พบกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดและท็อตแน่มฮ็อทสเปอร์ ถ้าหากเก็บ 3 แต้มได้ทั้งสองเกมโอกาสที่จะคว้าแชมป์นั้นมีสูงแต่ถือว่าเป็นงานหนักของลิเวอร์พูลมากหลังจากที่พบกับแมนเชสเตอร์ซิตี้ได้พักเพียงแค่ 4 วันก็จะได้เจอกับแมนยูถือว่าเป็นงานหนักต่อเนื่อง หากผ่านทั้ง 3 เกมไปได้ก็จะเป็นงานสบายมาก 


หากนักเตะของลิเวอร์พูลมีความพร้อมและไม่มีปัญหาอาการบาดเจ็บหรือติดโทษแบนเพิ่มเติมโอกาสที่จะคว้าแชมป์ในฤดูกาลนี้ก็มีสูงเพียงแค่ชนะนัดที่พบกับแมนเชสเตอร์ซิตี้เท่านั้น ดัมมี่ออนไลน์ ในส่วนของนัดอื่นๆเชื่อได้ว่าลิเวอร์พูลนั้นจะเก็บ 3 แต้มได้ทุกนัด แต่อย่างไรก็ตามแฟนหงส์แดงอย่าเพิ่งดีใจไปเพราะนัดที่เหลือของแมนซิตี้นั้นงานเบากว่าเยอะและก็มีโอกาสที่จะคว้าแชมป์ได้เช่นกัน

ไมคิล โอลิเซ่

แมวมองผีแดงเกาะติด ผลงานการเล่น ไมคิล โอลิเซ่

ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้ความสนใจ ไมคิล โอลิเซ่ นักเตะตัวเก่งของ คริสตัล พาเลซ โดยได้มีการส่งทีมงานแมวมองเข้าชมผลงานของนักเตะรายนี้ ในการลงสนามให้กับทีมต้นสังกัดในการแข่งขันเอฟเอคัพนัดล่าสุดที่พบกับเอฟเวอร์ตัน ที่นักเตะรายนี้มีผลงานการเล่นที่ยอดเยี่ยม 

ไมคิล โอลิเซ่

แมนยู สน ไมคิล โอลิเซ่ ส่งแมวมองเช็คฟอร์ม ของนักเตะตัวเก่งคริสตัลพาเลซ

ไมคิล โอลิเซ่ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่มีผลงานการเล่นที่ยอดเยี่ยมในเวลานี้และเป็นที่จับตามองของทีมใหญ่หลายทีม และล่าสุดก็คงจะมีเพียงแค่ ข่าวบอลอังกฤษ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเท่านั้นที่ต้องการคว้าตัวนักเตะรายนี้โดยได้มีการส่งทีมงานแมวมองของสโมสรร่วมสังเกตการณ์ผลงานการเล่น ซึ่งแน่นอนว่าผลงานการเล่นของนักเตะรายนี้นั้นจะต้องเตะตาแมวมองจนต้องเตรียมเงินยื่นซื้อเลยทีเดียว 

แต่อย่างไรก็ตามหากนักเตะรายนี้ต้องการร่วมทัพผีแดงต้องมีค่าตัวอยู่ประมาณ 25 ล้านปอนด์เนื่องจากนักเตะยังมีสัญญากับสโมสรต้นสังกัดคริสตัล พาเลซ อยู่ถึงปี 2026 แต่ถ้าหากเปรียบเทียบกับผลงานการเล่นของนักเตะถือว่าคุ้มมากเพราะเจ้าตัวนั้นพึ่งมีอายุเพียงแค่ 20 ปียังเหลือเวลาใช้งานอีกหลายปีและถ้าหากมีผลงานการเล่นที่ดีอย่างต่อเนื่องอาจเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีของผีแดงเลยทีเดียว

ไมคิล โอลิเซ่


ไมคิล โอลิเซ่ ลงสนามให้กับทีมต้นสังกัด คริสตัล พาเลซ ไปแล้วทั้งหมด 26 นัด ในทุกรายการ ยิงได้ 4 ประตู   8 แอสซิสต์ เป็นผลงานที่ทำได้ดีมากสำหรับนักเตะวัยเพียง 20 ปี โดยเจ้าตัวนั้นได้ย้ายมาจาก เรดดิ้ง  ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาในค่าตัว 8 ล้านปอนด์

เหตุผลที่ทำให้แมนยูสนใจความนักเตะรายนี้เข้าร่วมทัพนั้น ฟอร์มการเล่นของแนวรุกที่ทำผลงานได้ดีก็คงจะมีเพียงแค่ จอร์แดน ซานโช่ และ แอนโทนี่ เอลังก้า ในส่วนของมาร์คัส แรชฟอร์ด โอกาสที่จะอยู่กับทีมต่อไปนั้นก็มีน้อยเนื่องจากว่ามีทีมใหญ่ๆให้ความสนใจกันหลายทีม ในส่วนของ เมสัน กรีนวุด ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะได้กลับมาลงสนามเนื่องจากในเรื่องคดีความยังไม่เสร็จสิ้น จึงทำให้ แมนยูนั้นต้องมองหานักเตะในแนวรุกมาเสริมแกร่งเพิ่มเติมในฤดูกาลหน้าหากต้องการคว้าแชมป์

อตาลันต้า

อตาลันต้า เสมอ เจนัว 0-0 ตามท็อปโฟร์ 8 แต้ม

“เนรัซซูรี่” อตาลันต้า ลงสนามใน กัลโช ซีเรียอา 2021/22 เกมที่ 28 พวกเขาเปิดสนาม เกวิสส์ สเตเดี้ยม พร้อมด้วยแฟนบอล 9,140 คน แบ่งแต้มกับ เจนัว แบบไม่มีสกอร์ 0-0 เป็นการเสมอ 4 และแพ้ 3 จาก 8 เกมล่าสุด เข้าวินแค่เกมเดียว ขณะที่ เจนัว เก็บผลเสมอในลีก 7 เกมรวด

อตาลันต้า

อตาลันต้า อยู่ที่ 6 ตามท็อปโฟร์ 8 แต้ม โปรแกรมเกมที่  29 ลูกทีมของ จาน ปิเอโร่ กาสเปรินี่ มีคิวออกไปเยือน โบโลญญ่า

หลังผ่าน 28 นัด “เนรัซซูรี่” อตาลันต้า เก็บเพิ่มเป็น 48 คะแนน อยู่อันดับที่ 6 ของตาราง ตามหลังพื้นที่ท็อปโฟร์ 8 คะแนน โดยโปรแกรมเกมที่  29 ลูกทีมของ จาน ปิเอโร่ กาสเปรินี่ มีคิวออกไปเยือน โบโลญญ่า ในวันที่ 20 มีนาคม

ทางฝั่ง “รอสโซ่บลู” เจนัว หลังผ่าน 29 นัด พวกเขามี 19 คะแนน จอดป้ายที่อันดับ 19 ห่างโซนปลอดภัย 6 คะแนน โดยโปรแกรมเกมที่ 30 ข่าวโยกย้ายนักเตะ ลูกทีมของ อเล็กซานเดอร์ เบลสซิน เตรียมเปิดบ้าน รับมือ “กระทิง” โตริโน่ ในวันที่ 18 มีนาคม

สถิติหลังเกม  อตาลันต้า 0-0 เจนัว

อตาลันต้า เป็นฝ่ายครองบอล 57.7% (เจนัว 42.3%) | จ่ายบอล 559:418 ครั้ง | จ่ายบอลสำเร็จ 405:273 ครั้ง | โอกาสยิง 11:13 ครั้ง | ยิงเข้ากรอบ 2:3 ครั้ง | ยิงชนเสา-คาน 1:0 ครั้ง | เลี้ยงผ่าน 13:8 ครั้ง | ชนะลูกกลางอากาศ 37:16 ครั้ง | ปะทะชนะ 18:24 ครั้ง | เตะมุม 4:3 ครั้ง | เคลียร์บอล 23:13 ครั้ง | ตัดบอล 14:21 ครั้ง | ล้ำหน้า 2:1 ครั้ง | ฟาล์ว 13:18 ครั้ง | ใบเหลือง 2:0 ใบ

อตาลันต้า

ไทม์ไลน์สำคัญของเกม

  • อตาลันต้า
  • 37′ หลุยส์ มูเรียล ยิงชนเสา
  • ใบเหลือง : ดาวิเด้ ซัปป้าคอสต้า (38′) , ราฟาเอล โตลอย (82′)
  • เปลี่ยนตัว : เยเรมี่ โบก้า แทน โยอาคิม แมห์เล (46′) , ราฟาเอล โตลอย แทน รุสลาน มารินอฟสกี้ (56′) , ฮาน ฮาเตบัวร์ แทน ดาวิเด้ ซัปป้าคอสต้า (56′) , เมริห์ เดมิรัล แทน จอร์โจ สกัลวีนี่ (78′) , วาเลนติน มาไฮล่า แทน มาริโอ ปาซาลิซ (90′)
  • โอกาสยิงมากที่สุดในเกม : หลุยส์ มูเรียล 3 ครั้ง
  • จ่ายบอลสำเร็จมากที่สุดในเกม : โฮเซ่ หลุยส์ ปาโลมิโน่ 49 ครั้ง
  • เลี้ยงผ่านมากที่สุดในเกม : หลุยส์ มูเรียล 4 ครั้ง
  • ชนะลูกกลางอากาศมากที่สุดในเกม : จอร์โจ สกัลวีนี่ 8 ครั้ง
  • เคลียร์บอลมากที่สุดในเกม : โฮเซ่ หลุยส์ ปาโลมิโน่
  • ตัดบอลมากที่สุดในเกม : โฮเซ่ หลุยส์ ปาโลมิโน่ 6 ครั้ง
  • เจนัว
  • เปลี่ยนตัว : มัตเตีย เดสโตร แทน เคลวิน เยบัวห์ (71′) , ผลบอลออนไลน์ เออร์นานี่ แทน นาเดียม อมีรี่ (73′) , ยาย่าห์ กัลล่อน แทน พาโบล กัลดาเมส (88′)
  • ปะทะชนะมากที่สุดในเกม : มอร์เทน เฟรนดรุป 6 ครั้ง
  • สร้างโอกาสให้เพื่อนมากที่สุดในเกม : นาเดียม อมีรี่ 4 ครั้ง

ทำฟาล์วมากที่สุดในเกม : เคลวิน เยบัวห์ 4 ครั้ง

ดูซาน วลาโฮวิช

ดูซาน วลาโฮวิช ทำสถิติ ทำสถิติ ยิงประตูได้เร็วไม่ถึง 1 นาทีในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก

ดูซาน วลาโฮวิช ซัดประตูแรก ให้ยูเวนตุสออกนำไปก่อน โดยใช้ระยะเวลา 32 วินาที ทำสถิติใหม่ให้กับตัวเองยิงประตูเร็วที่สุด ในเกมยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ก่อนจะจบลงด้วยการเสมอกันกับบียาร์เรอัล ด้วยสกอร์ 1-1 

ดูซาน วลาโฮวิช

ดูซาน วลาโฮวิช ซัดประตูเร็วไม่ถึง 1 นาที เป็นสถิติใหม่ เจ้าบ้าน บียาร์เรอัล


การแข่งขันยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดแรกระหว่าง บียาร์เรอัล กับ ยูเวนตุ โดยการแข่งขันในนัดนี้ จบลงด้วยผลเสมอกัน 1-1 โดยทางทีมงาน ยูเวนตุส อัพเดทข่าวบอล ได้ประตูออกนำไปก่อน จากการจากการทำประตูของ ยิงของ ดูซาน วลาโฮวิช โดยยิงได้ตั้งแต่ 32 วินาทีแรกของเกม ทำให้เป็นสถิติใหม่ของเจ้าตัว และทีมเจ้าบ้าน บียาร์เรอัล ยิงตีเสมอได้ในนาทีที่ 68 โดยการทำประตูของ ดานี ปาเรโฆ เวลาที่เหลือทำอะไรกันไม่ได้ทำให้ผลจบลงด้วยสกอร์นี้

แน่นอนว่าเมื่อฝนตกลงสิ่งที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดในเกมนี้คือการยิงประตูของ ดูซาน วลาโฮวิช ให้ฟังชิวเย็นขึ้นนำไปก่อนตั้งแต่ยังไม่ถึง 1 นาที ซึ่งถือว่าเป็นสถิติใหม่ของเจ้าตัวที่ยิงประตูได้เร็วที่สุด ในการลงสนามในศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกโดยก่อนหน้านี้มีนักเตะเพียงแค่สองคนเท่านั้นที่ทำได้ คือ โธมัส มุลเลอร์ (38 วินาที) และ  อีซัค เบลโฟดิล (43 วินาที) วลาโฮวิช ถือว่าเป็นนักเตะคนที่ 3 ที่ทำประตูได้ และยังมีสติดีกว่า 2 คนแรกอีกด้วย

 

ดูซาน วลาโฮวิช


ดูซาน วลาโฮวิชเซ็นสัญญาร่วมทีมกับ ยูเวนตุ ในช่วงตลาดซื้อขายเดือนมกราคม โดยเจ้าตัวนั้นย้ายมาจากสโมสรฟิออเรนติน่า ด้วย ค่าตัว 66 ล้านปอนด์ ufabet1688 หลังจากที่ย้ายทีมร่วมทัพ ยูเวนตุ ได้ลงสนามทั้งหมด 4 นัดและทำประตูได้เพียงประตูเดียวเท่านั้นก่อนที่จะสร้างประตูนี้ให้เป็นสถิติใหม่ของตัวเองด้วยวัยเพียง 22 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าตัวเองนั้นยังมีข่าวกับทีมดังในยุโรปหลายทีม แต่ก็ตกลงร่วมทัพกับยูเวนตุ ในที่สุด

เชลซี

เชลซี ฟอร์มโหดเปิดบ้านถล่ม ลิลล์ 2 – 0 ในศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก

เชลซี ทีมแชมป์เก่า เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ ลิลล์ ทีมจากลีกเอิงฝรั่งเศส ในศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกรอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดแรก เชลซี เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมชนะขาด 2-0 จากการทำประตูของ ไค ฮาแวร์ตซ์, และ คริสเตียน พูลิซิช

เชลซี

เชลซี ฟอมร์มดี ขึ้นนำครึ่งแรก ปิดท้าย เฉือนชนะ ลิลล์ ด้วยสอกร์ 2 – 0

โดยในคู่ของสิงโตน้ำเงินครามเชลซีได้เล่นในบ้านต้อนรับการมาเยือนของทีมจากลีกเอิงฝรั่งเศส ลิลล์ โดยเชลซีนั้นเข้ารอบมาได้ด้วยอันดับ 2 ของกลุ่ม H ส่วน ลิลล์ ข่าวบอลอังกฤษ เข้ารอบมาด้วยอันดับ 1 ของกลุ่ม G โดยนัดนี้เชลซียังคงได้เปรียบด้วยการเล่นในบ้านและจัดทัพเตรียมตัวจริง

ประตูแรกของเกม ทางฝั่งเจ้าบ้านได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1 ประตูต่อ 0 จากการยิงของ ไค ฮาแวร์ตซ์ ในนาทีที่ 8  โดยประตูนี้ได้จากลูกเตะมุมจากฝั่งซ้ายโดยเป็นการเปิดของ ฮาคิม ซิเย็ค และก็เป็น  ไค ฮาแวร์ตซ์ ที่กระโดดเข้ามุมโดยไม่มีตัวประกบเข้าประตูไปอย่างสวยงามทำให้เชลซีขึ้นนำไปก่อนและจบการแข่งขันในครึ่งแรก ด้วยสกอร์นี้

ในส่วนของประตูที่ 2 ได้มาในครึ่งหลังจากการยิงของ คริสเตียน พูลิซิช ในนาทีที่ 68 ฝั่งเจ้าบ้านเล่นได้ง่ายขึ้น ถึงแม้ว่าฝั่งทีมเยือนนั้นจะมีการเปลี่ยนตัวเพื่อที่จะแก้เกมแต่ก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรกันได้อีกทำให้ผลจบลงด้วย 2-0 ทำให้เชลซีชิงความได้เปรียบไปก่อน 

เชลซี


เชลซี
ถึงแม้ว่าเป็นทีมเจ้าบ้านแต่หากดูจากเปอร์เซ็นต์การครองบอลนั้นถือว่าไม่ห่างกันเลย โดยฝังเจ้าบ้านนั้นได้ครองบอล 51% และทีมเยือนครองบอลอยู่ 49% แต่ในส่วนของโอกาสยิงประตูนั้นกลับเป็นของฝ่ายทีมเยือนที่มีโอกาสยิงประตูได้ถึง 15 ครั้งแต่ก็ตรงขอบเพียงแค่ 2 ครั้ง

ถึงแม้ว่าในส่วนของทีมเจ้าบ้านจะมีโอกาสน้อยกว่าแต่โอกาสในการจบสกอร์นั้นมีความเฉียบคมมากกว่าในเกมนี้ทำให้เอาชนะได้ห่างถึง 2-0  แต่อย่างไรก็ตามการแข่งขัน ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายยังเหลืออีก 1 นัด โดยนัดต่อไปจะเล่นในบ้านของลิลล์

แม็คโทมิเนย์

ฝากรอยเท้าเอาไว้! แม็คโทมิเนย์ โชว์แผลแหวะ เกม แมนยูฯ เชือด ลีดส์ คาบ้าน

แม็คโทมิเนย์ (Scott McTominay) มิดฟิลด์ชาวสกอต ของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรลูกหนังประจำเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกมาโพสต์ภาพรอยแผลเหวอะหลายจุดบริเวณข้อเท้าซ้ายผ่าน อินสตาแกรม ส่วนตัว ซึ่งเกิดจากการถูกคู่แข่งย่ำ ในเกม พรีเมียร์ลีก ที่ “ผีแดง” บุกมาเอาชนะ “ยูงทอง” ลีดส์ ยูไนเต็ด 2 – 4 เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา  โดยในเกมนี้ ทั้งสองทีมต่างหน้าแลกกันอย่างดุเดือด และมีการเข้าปะทะกันตลอดทั้งเกม

แม็คโทมิเนย์

แม็คโทมิเนย์ ฟอร์มแจ่ม จน “บรูโน่” ต้องออกมาชมหลังจบเกม

สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์กองกลาง วัย 25 ปี ออกมาโพสต์ภาพบาดแผลเลือดออกหลายจุดบริเวณข้อเท้าผ่าน อินสตาแกรม ส่วนตัว ซึ่งเกิดจากการถูกรองเท้าสตั๊ดของคู่แข่งย่ำ ในเกม พรีเมียร์ลีก ที่ทัพ “ปีศาจแดง” ฟุตบอลวันพรุ่งนี้ บุกมาเอาชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด 2 – 4 เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา  โดยในเกมนี้

ทั้งสองทีมต่างเปิดหน้าแลกกันอย่างดุเดือดและมีการเข้าปะทะกันตลอดทั้งเกม แม้ทีมเยือนจะเป็นฝ่ายนำห่าง 2 – 0 ตั้งแต่ช่วงครึ่งแรก แต่เจ้าถิ่นก็มาตามตีเสมอเป็น 2 – 2 ได้แบบทันควันในช่วงต้นครึ่ง ทว่าช่วงท้ายเกม แมนยูฯ ก็มาได้อีก 2 ประตู เป็น 4 – 2 ทำให้จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด เก็บเพิ่มได้อีกสามคะแนน รวมเป็น 46 แต้ม รั้งอันดับ 4 ของตารางคะแนน

แม็คโทมิเนย์

โดยในเกมนี้ แม็คโทมิเนย์ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เอาชนะการดวลกลางอากาศได้ 100%, แย่งบอลสำเร็จ 9 ครั้ง เข้าปะทะคู่แข่งชนะ 3 ครั้ง และสกัดบอลสำเร็จ 2 ครั้ง จนทาง “บรูโน่ แฟร์นันด์ส” จอมทัพชาวโปรตุกีส ต้องออกมาชื่นชมหลังเกมว่าดาวเตะรุ่นน้องรายนี้มีอิทธิพลอย่างมากในเกมนี้ 

สำหรับ แม็คโทมิเนย์ถือเป็นเด็กปั้นจากศูนย์ฝึกของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ตั้งแต่ซีซัน 2016/2017 ลงเล่นไปแล้ว 162 นัด ทำได้ 6 ประตู กับ 4 แอสซิสต์ รวมทุกรายการ แม้ในฤดูกาลนี้เจ้าตัวมักถูกวิจารณ์เรื่องฟอร์มการเล่นบ่อยครั้ง แต่ก็มักจะได้รับโอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงสม่ำเสมอ 

อาร์เซน่อล

หลังเกม อาร์เซน่อล ชนะ เบรนท์ฟอร์ด 2-1 ตามท็อปโฟร์ 4 แต้ม

อาร์เซน่อล ทีมอันดับ 6 ลงสนามในพรีเมียร์ลีก เกมที่ 23 พวกเขาเปิดสนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม พร้อมแฟนบอล 60,000 คน ต้อนรับการมาเยือนของ เบรนท์ฟอร์ด ทีมอันดับที่ 14 ซึ่งพวกเขาได้ความยอดเยี่ยมของ เอมิล สมิธ โรว และ บูคาโย่ ซาก้า ที่แบ่งกันยิงคนละประตูในช่วงครึ่งหลัง ช่วยให้ทีมเก็บชัยชนะเหนือทีมเยือน 2-1 ถอนแค้นจากเกมแรกของฤดูกาลได้สำเร็จ

อาร์เซน่อล

อาร์เซน่อล ยึดที่  6 ตามท็อปโฟร์ 4 แต้ม ตามคาด ผลงาน อาร์เซน่อล สุดว้าว

มิเกล อาร์เตต้า พาทัพ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อลเก็บได้ 13 คะแนน จาก 6 นัดล่าสุด หลังจากผ่าน 23 นัด พวกเขาสะสมเพิ่มเป็น 42 คะแนน อยู่อันดับที่ 6 ของตารางตามเดิม ไล่หลัง ข่าวบอลอังกฤษ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4 คะแนน ทว่าพวกเขามีเกมในมือ 3 นัด ทางฝั่ง “ผึ้งน้อย” เบรนท์ฟอร์ด ของกุนซือ โทมัส แฟรงค์ พวกเขาแพ้ 5 จาก 6 เกมล่าสุด (เสมอ 1) ภายหลังผ่าน 26 นัด พวกเขามี 24 คะแนน จอดป้ายที่ 14 อยู่ห่างโซนตกชั้น 6 คะแนน

โปรแกรมนัดต่อไป “ปืนใหญ่” เตรียมเปิดสนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม รับมือ “หมาป่า” วูล์ฟแฮมป์ตั้น ทีมหมายเลข 7 ส่วน “ผึ้งน้อย” มีคิวเปิดบ้านรับการมาเยือนของ “สาลิกาไฮโซ” นิวคาสเซิล ทีมอันดับ 17 ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์

สถิติหลังเกม  อาร์เซน่อล2-1 เบรนท์ฟอร์ด

อาร์เซน่อลเป็นฝ่ายครองบอล 66.4% (เบรนท์ฟอร์ด 33.6%) | จ่ายบอล 562:294 ครั้ง | จ่ายบอลสำเร็จ 482:213 ครั้ง | โอกาสยิง 24:6 ครั้ง | ยิงเข้ากรอบ 8:2 ครั้ง | เตะมุม 14:0 ครั้ง | เลี้ยงผ่าน 7:6 ครั้ง | ชนะลูกกลางอากาศ 11:17 ครั้ง | ปะทะชนะ 14:14 ครั้ง | เคลียร์บอล 7 :45 ครั้ง | ตัดบอล 8:12 ครั้ง | ล้ำหน้า 1:2 ครั้ง | ฟาล์ว 10:5 ครั้ง | ใบเหลือง 1:1 ใบ

อาร์เซน่อล

ไทม์ไลน์สำคัญของเกม

อาร์เซน่อล

  • 48′ เอมิล สมิธ โรว (ยิง) 1-0 นับเป็นประตูที่ 9 ในพรีเมียร์ลีก จากการลงสนาม 21 นัดในฤดูกาลนี้ (ตัวจริง 15 สำรอง 6) |  อเล็กซองด์ ลากาแซตต์
  • 79′ บูคาโย่ ซาก้า (ยิง) 2-0 นับเป็นประตูที่ 7 ในพรีเมียร์ลีก จากการลงสนาม 23 นัดในฤดูกาลนี้ (ตัวจริง 21 สำรอง 2) | โทมัส ปาร์เตย์ (แอสซิสต์) 
  • ใบเหลือง : กาเบรียล มากับเญส (86′)
  • เปลี่ยนตัว | นิโคลาส เปเป้ แทน เอมิล สมิธ โรว (75′) , เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ แทน อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ (84′)

เบรนท์ฟอร์ด

  • 90+2′ คริสเตียน นอร์การ์ด (ยิง) 1-2 | คริสโตเฟอร์ อาเยอร์ (แอสซิสต์)
  • ใบเหลือง : พอนตุส ยานสัน (81′)
  • เปลี่ยนตัว : วิตาลี่ ยาเนลท์ แทน มัทเธียส เยนเซ่น (44′) , เชนดอน บ๊าปติสเต้ แทน จอสห์ ดาซิลวา (68′) , ซามาน ก็อดดอส แทน เซร์กี้ คานญอส (84′)
เบิร์นลีย์

เบิร์นลีย์ บุกชนะ ไบรท์ตั้น 3-0 ตามโซนปลอดภัย 5 แต้ม

เบิร์นลีย์ ทีมอันดับ 20 ลงสนามในพรีเมียร์ลีก เกมที่ 22 พวกเขาบุกไปที่สนาม เอแม็กซ์ สเตเดี้ยม รังเหย้าของสโมสร ไบรท์ตั้น ทีมอันดับที่ 9 และเป็นฝ่ายกลับออกมาด้วยชัยชนะเหนือเจ้าถิ่น 3-0 โดย วูต เว็กฮอร์ส เป็นคนใส่สกอร์แรก ตามด้วยประตูของ จอสห์ บราวฮิลล์ และปิดท้ายด้วยการยิงของ อารอน เลนน่อน เป็นการเก็บชัยชนะเกมแรก ในรอบ 12 เกม

เบิร์นลีย์

เบิร์นลีย์ ขึ้นที่ 19 ตามโซนปลอดภัย 5 แต้ม

“เดอะคลาเร็ตส์” เบิร์นลีย์ ของกุนซือ ชอน ไดซ์ เก็บเพิ่มเป็น 17 คะแนน จากการลงสนาม 22 นัด พวกเขาขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 19 ห่างจากโซนปลอดภัย 5 คะแนน ข่าวบอลอังกฤษ ทางฝั่ง “นกนางนวล” ไบรท์ตั้น ของกุนซือ เกรแฮม พอตเตอร์ พวกเขาแพ้ 2 เกมติด ภายหลังผ่าน 25 นัด พวกเขามี 33 คะแนน อยู่อันดับที่ 9 ของตารางตามเดิม

โปรแกรมนัดต่อไป “เดอะคลาเร็ตส์” เตรียมเปิดสนาม เทิร์ฟ มัวร์ รับการมาเยือนของ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ทีมอันดับ 8 ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ส่วน “นกนางนวล” มีคิวเปิดบ้าน รับมือ “สิงห์ผงาด” แอสตัน วิลล่า ทีมอันดับ 14 ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์

สถิติหลังเกม | ไบรท์ตั้น 0-3 เบิร์นลีย์

เบิร์นลีย์ เป็นฝ่ายครองบอล 31.1% (ไบรท์ตั้น 68.9%) | จ่ายบอล 260:579 ครั้ง | จ่ายบอลสำเร็จ 163:492 ครั้ง | โอกาสยิง 10:11 ครั้ง | ยิงเข้ากรอบ 4:1 ครั้ง | เตะมุม 4:4 ครั้ง | ปะทะชนะ 17:13 ครั้ง | ชนะลูกกลางอากาศ 13:12 ครั้ง | เลี้ยงผ่าน 6:3 ครั้ง | เคลียร์บอล 19:23 ครั้ง | ตัดบอล 11:5 ครั้ง | ล้ำหน้า 3:1ครั้ง | ฟาล์ว 12:12 ครั้ง | ใบเหลือง 4:1 ใบ

เบิร์นลีย์

ไทม์ไลน์สำคัญของเกม

เบิร์นลีย์

  • 21′ วูต เว็กฮอร์ส (ยิง) 1-0นับเป็นประตูแรกในพรีเมียร์ลีก จากการลงสนาม 4 นัด หลังย้ายมาอยู่กับในเดือนมกราคม 2022 | คอนเนอร์ โรเบิร์ต (แอสซิสต์)
  • 40′ จอสห์ บราวฮิลล์ (ยิง) | วูต เว็กฮอร์ส (แอสซิสต์)
  • 69′ อาร่อน เล่นน่อน (ยิง) 3-0 นับเป็นประตูที่ 2 ใน ศึกพรีเมียร์ลีก จากการลงสนาม 13 นัดในฤดูกาลนี้ (ตัวจริง 7 สำรอง 6) | เจย์ โรดิเกวซ (แอสซิสต์)
  • ใบเหลือง : แจ็ค คอร์ก (25′) , คอนเนอร์ โรเบิร์ต (59′) , อารอน เลนน่อน (61′) , จอสห์ บราว์ (87′)
  • เปลี่ยนตัว : เจย์ โรดิเกวซ แทน แม็กซ์เวล คอร์เนต์ (55′) , แอชลีย์ บาร์น แทน วูต เว็กฮอร์ส  (86′) ,แมทธิว โลวตั้น แทน อารอน เลนน่อน (90+1′)

ไบรท์ตั้น

  • ใบเหลือง : เชน ดัฟฟี่ (84′)

เปลี่ยนตัว : ซอลลี่ มาร์ช แทน ยาคุบ โมเดอร์ (55′) , เลอันโดร ทรอสซาร์ แทน อดัม ลัลลาน่า (55′) , อิวาน เฟอร์กูสัน แทน แดนนี่ เวลเบ็ค (68′)

เซาแธมป์ตั้น

หลังเกม เซาแธมป์ตั้น ชนะ เอฟเวอร์ตั้น 2-0 ยึดที่ 10

เซาแธมป์ตั้น ทีมอันดับที่ 10 ลงสนามในพรีเมียร์ลีก เกมที่ 25 พวกเขาเปิดสนาม เซนต์ แมรี่ย์ พร้อมด้วยแฟนบอล 31,312 คน รับการมาเยือนของ เอฟเวอร์ตั้น ทีมอันดับ 16 ซึ่งพวกเขาได้ความยอดเยี่ยมของ สจ๊วต อาร์มสตรอง และ เชน ลอง ช่วยกันยิงคนละ 1 ประตู ส่งให้ทีมเก็บชัยชนะเหนือผู้มาเยือน 2-0 

เซาแธมป์ตั้น ยึดที่ 10  ห่างท็อปซิก 10 แต้ม

กุนซือ ราล์ฟ ฮาเซนฮุตเทิล พาทัพ “นักบุญ” เซาแธมป์ตั้น เก็บได้ 8 คะแนน จาก 4 เกมล่าสุด (ชนะ 2 เสมอ 2) ภายหลังผ่าน 25 นัด พวกเขาสะสมเพิ่มเป็น 32 คะแนน ยืนอันดับ 10 ของตารางตามเดิม อยู่ห่างจากท็อปซิก ( บอลยุโรป ถ้วยเล็กสุด ) 10 คะแนน ทางฝั่ง “ทอฟฟี่” เอฟเวอร์ตั้น ของกุนซือ แฟรงค์ แลมพาร์ด พวกเขาอาการน่าเป็นห่วง แพ้ 5 จาก 6 เกมล่าสุด มีเพียง 22 คะแนน จากการลงสนาม 25 นัด อยู่อันดับที่ 6 ใกล้ชิดโซนอันตราย 4 แต้ม

เซาแธมป์ตั้น

โปรแกรมนัดต่อไป “นักบุญ” จะได้เล่นในบ้านต่ออีกเกม คราวนี้ต้องรับมือ “นกขมิ้น” นอริช ซิตี้ ทีมอันดับ 20 ส่วน “ทอฟฟี่” เตรียมเปิดสนาม กูดิสัน ปาร์ค รับการมาเยือนของ “ทัพเรือใบ” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมจ่าฝูง ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์

สถิติหลังเกม | เซาแธมป์ตั้น 2-0 เอฟเวอร์ตั้น

เซาแธมป์ตั้น เป็นฝ่ายครองบอล 55.8% (เอฟเวอร์ตั้น 44.2%) | จ่ายบอล 506:401 ครั้ง | จ่ายบอลสำเร็จ 399:282 ครั้ง | โอกาสยิง 19:9 ครั้ง | ยิงเข้ากรอบ 11:0 ครั้ง | ยิงชนเสา-คาน 2:0 ครั้ง | เลี้ยงผ่าน 13:8 ครั้ง | ชนะลูกกลางอากาศ 24:13 ครั้ง | ปะทะชนะ 21:20 ครั้ง | เตะมุม 4:4 ครั้ง | เคลียร์บอล 13:16 ครั้ง | ตัดบอล 16:12 ครั้ง | ล้ำหน้า 4:2 ครั้ง | ฟาล์ว 6:9 ครั้ง | ใบเหลือง 0:2 ใบ

ไทม์ไลน์สำคัญของเกม

เซาแธมป์ตั้น

  • 39′ ไคล วอล์คเกอร์ ปีเตอร์ ยิงชนเสา
  • 52′ สจ๊วต อาร์มสตรอง (ยิง ) 1-0 นับเป็นประตูแรกใน พรีเมียร์ลีก จากการลงสนาม 12 นัดในฤดูกาลนี้ (ตัวจริง 6 สำรอง 6) | เช อดัมส์ (แอสซิสต์)
  • 64′ โมฮาเหม็ด เอลยูนูสซี่ ยิงชนเสา
  • 84′ เชน ลอง (ยิง) 2-0 นับเป็นประตูแรกในพรีเมียร์ลีก จากการลงสนาม 5 นัดในฤดูกาลนี้ (ตัวจริง 1 สำรอง 4) | วาเลนติโน่ ลิฟราเมนโต้ (แอสซิสต์)
  • เปลี่ยนตัว : เชน ลอง แทน อาร์มานโด้ โบรย่า (83′) , อดัม อาร์มสตรอง แทน เช อดัมส์ (90+1′) , มุสซ่า เยเนโป แทน สจ๊วต อาร์มสตรอง (90+2′)
เซาแธมป์ตั้น

เอฟเวอร์ตั้น

  • ใบเหลือง : อัลลัน (15′) , โดมินิค คัลเวิร์ต เลวิน (39′)

เปลี่ยนตัว : อันเดร โกเมซ แทน อัลลัน (46′) , บาคาร่า อันดรอส ทาวน์เซ่นด์ แทน อเล็กซ์ อิโวบี้ (65′) , เดเล่ อัลลี่ แทน แอนโธนี่ย์ กอร์ดอน (75′)