เบลเยี่ยม

เบลเยี่ยม กดฟินแลนด์เบาๆ 2-0 ชนะ 3 นัดรวด ฟุตบอล ยูโร 2020

รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม B นัดที่ 3 : สนาม เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก สเตเดี้ยม นาที 16 : บอลทุ่มของฝั่งฟินแลนด์ แต่ทาง เบลเยี่ยม ตัดบอลได้ บอลจ่ายไปที่ เควิน เดอบรอยน์ ที่กลางสนาม ก่อนที่เขาจะจ่ายทะลุช่องให้ โรเมลู ลูคากู หลุดเข้าไปในเขตโทษด้านซ้าย แล้วได้ซัดด้วยซ้ายเต็มๆ บอลพุ่งผ่านมือ ราเด็คกี้ ผ่านเสาไกลออกหลังไปแบบได้เสียวสุดๆ

นาที 37 : เควิน เดอบรอยน์ ได้บอลเกือบๆกลางสนามเบลเยี่ยมก่อนจะตักหยอดเข้าไปในเขตโทษให้ โรเมลู ลูคากู ได้วิ่งตามไปโหม่ง ที่หน้ากรอบ 6 หลา แต่บอลไม่หนีตัว ราเด็คกี้ เท่าไหร่ จึงรับไว้ได้สบาย

เบลเยี่ยม

นาที 42 : เควิน เดอบรอยน์ รับบอลจาก อาซาร์ ข่าวบอลวันนี้ ที่บริเวณกลางสนาม ก่อนจะจ่ายเลียดยาวๆไปทางซ้าย ให้ เจเรมี่ โดกู วิ่งตามไปเก็บบอลได้ที่ข้างเขตโทษ ก่อนที่เขาจะโยกตัดเข้าในตามสูตร แล้วได้ซัดด้วยขวา ระยะ 12 หลา บอลพุ่งแรงไปที่เสาสอง แต่ยังไม่ผ่านมือ ราเด็คกี้

เบลเยี่ยม เปิดเลียดยัดไปที่เสาแรก และเป็น อาซาร์ ที่ได้วิ่งเข้ายิงที่หน้ากรอบ 6 หลา แต่โดนไม่ดี

นาที 52 : เอเดน อาซาร์ ได้บอลข้างเขตโทษด้านขวา ก่อนจะโยกตัดเข้าเหลี่ยมเท้าซ้าย แล้วยิงหักข้อด้วยซ้าย กะให้เข้าเสาแรก แต่บอลหลุดเสาออกไป อัพเดทข่าวบอล ได้ที่นี่ทุกวัน

นาที 58 : เบลเยี่ยได้เตะมุมทางฝั่งขวา เดอบรอยน์ เปิดเลียดยัดไปที่เสาแรก และเป็น อาซาร์ ที่ได้วิ่งเข้ายิงที่หน้ากรอบ 6 หลา แต่โดนไม่ดี บอลเข้ามือ ราเด็คกี้ ที่ยืนถูกที่ถูกทางอีกครั้ง

นาที 65 : เบลเยี่ยมตัดบอลได้จากจังหวะบุกของฟินแลนด์ ทรอสซาร์ พาบอลขึ้นหน้ามาเอง แล้วไหลต่อให้ เดอบรอยน์ ที่จ่ายทะลุช่องเข้าไปในเขตโทษให้ ลูคากู ได้หลุดไปซัดที่หน้ากรอบ 6 หลา เข้าประตูไม่เหลือ แต่จังหวะนี้ เป็นลูกล้ำหน้า สกอร์ยัง 0-0

นาที 74 : เบลเยี่ยมได้เตะมุมทางซ้าย เดอบรอยน์ เปิดโค้งๆเข้ามาหน้าประตู และเป็น โทมัส แฟร์มาเล่น ที่ได้โหม่งกดลงพื้น บนตกพื้นแล้วไปชนเสา ก่อนจะกระดอนมาชนตัว ราเด็คกี้ เข้าประตูไป ส่งเบลเยี่ยมออกนำจนได้ 1-0

เบลเยี่ยม

นาที 81 : เบลเยี่ยมได้จังหวะสวนกลับ แต่ไม้ค่อยเร่งเกมเท่าไหร่ บอลถูกจ่ายไปเรื่อยๆจนไปถึงหน้าเขตโทษ ก่อนที่ เควิน เดอบรอยน์ จะจ่ายยัดเข้าไปในเขตโทษให้ โรเมลู ลูคากู ตรงจุดโทษพอดี ลูคากู ที่หันหลังให้ประตู แตะบอลด้วยซ้าย แล้วพลิกยิงด้วยขวา

ส่งบอลตุงตาข่าย ชนิดที่ ราเด็คกี้ ได้แต่ยืนมอง ส่งเบลเยี่ยม ขยับหนี 2-0 จบเกม 90 นาที เบลเยี่ยม ชนะ ฟินแลนด์ 2-0 เก็บสามคะแนนเต็ม ทำให้พวกเขามี 9 คะแนนเต็ม เข้ารอบเป็นที่ 1 ของกลุ่ม B ส่วนทาง ฟินแลนด์ มี 3 คะแนน จาก 3 นัด ได้อันดับที่ 3 ของกลุ่ม

ติดตามข่าวบอลออนไลน์ได้ที่เว็บเรา เว็บข่าวฟุตบอลวันพรุ่งนี้ ข่าวฟุตบอลอังกฤษ ที่มีให้คุณอัพเดทได้ทุกวัน วิเคราะห์บอลแบบจัดเต็ม จัดหนักได้เลย เล่นพนันบอลได้อย่างมีเงิน แบบสร้างรายได้จากรายได้เสริมเป็นรายได้หลักในยุคโควิท ไม่ต้องออกไปไหนก็ทำเงินได้

ปีศาจแดง

ไม่เป่าได้ไง! เปาดังชี้ ปีศาจแดง ควรได้ลูกจุดโทษเกมเจ๊า “เชลซี”

ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดทีมแห่งศึพ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ชวดได้ลูกจุดโทษในจังหวะเจ้าปัญหาที่ “คัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย” ปีกตัวเก่งของ เชลซี ทำแฮนด์บอลในกรอบเขตโทษ เกมที่ทั้งคู่เสมอกันไป 0 – 0 ในศึก พรีเมียร์ลีก ประจำคืนวันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยล่าสุด อดีตผู้ตัดสินดังของอังกฤษออกมาชี้ว่า จังหวะดังกล่าว ทีมปีศาจแดงสมควรได้ลูกจุดโทษอย่างไม่ต้องสงสัย!

“มาร์ค แคล็ตเทนเบิร์ก” อดีตผู้ตัดสินชื่อดังของศึก พรีเมียร์ลีก ออกมาแสดงความเห็นว่า ทีมปีศาจแดงสมควรได้ลูกจุดโทษในจังหวะที่ “ฮัดสัน โอดอย” กองหน้าตัวเก่งของทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” ทำแฮนด์บอลในกรอบเขตโทษ เกมที่ทั้งสองทีมเสมอกันไปแบบไม่มีสกอร์ 0 – 0 ในศึก พรีเมียร์ลีก ประจำคืนวันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

ปีศาจแดง

ปีศาจแดง เสมอ เซลซี 0 – 0 ทั้งสองนัดในฤดูกาลนี้ กล่าวหลังเกมว่า ทีมของตนสมควรได้ลูกจุดโทษ เช่นเดียวกับ มาร์ค แคล็ตเทนเบิร์ก

โดยในเกมดังกล่าว ประเด็นดราม่าเกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรก เมื่อ ฮัดสัน โอดอย เบียดแย่งบอลกับ “เมสัน กรีนวู้ด” ก่อนที่เจ้าตัวเหมือนจะใช้มือแต่งบอลในกรอบเขตโทษตัวเอง ซึ่งในตอนแรก “สจ๊วร์ต แอ็ตต์เวลล์” เชิ๊ตดำในเกมนี้ไม่ได้แสดงปฏิกิริยาใด ๆ ก่อนที่จะมีการย้อนดูภาพ VAR ภายหลัง แต่เจ้าตัวก็ยังยืนยันคำตัดสินเดิมที่ไม่ให้ลูกจุดโทษกับปีศาจแดงเนื่องจากมองว่า โอดอย ไม่ได้มีเจตนาใช้มือแต่งบอล แต่ถูกกระแทกจาก กรีนวู้ด มากกว่า

ปีศาจแดง ข่าวบอลออนไลน์

อย่างไรก็ตาม จังหวะดังกล่าวได้กลายเป็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในช่วงหลังเกม โดย “โอเล่ กุนนาร์ โซลชา” กุนซือของทีม ปีศาจแดงได้ออกมากล่าวหลังเกมว่า ทีมของตนสมควรได้ลูกจุดโทษ เช่นเดียวกับ มาร์ค แคล็ตเทนเบิร์ก ที่ได้ออกมาแสดงความเห็นว่า “แขนของ โอดอย ยกขึ้นมาอย่างไม่เป็นธรรมชาติ แถมมือยังโดนลูกบอลด้วย  คริส คาวาร์นาฟ ผู้ตัดสินในห้อง VAR จึงคิดว่า สจ๊วร์ต แอ็ตต์เวลล์ พลาดในจังหวะนี้ที่ไม่ได้เป่าเป็นลูกจุดโทษ เขาจึงให้ แอ็ตต์เวลล์ ย้อนดูจังหวะนั้นที่จอข้างสนามเพื่อจะได้ตัดสินใจใหมอีกครั้ง แต่เขากลับไม่ให้จุดโทษ ทั้ง ๆ ที่เห็นภาพมุมเดียวกับเรา มันแปลกมาก ๆ”

พบกับ ข่าวฟุตบอลอังกฤษ ข่าวโยกย้ายนักเตะ ข่าวบอลออนไลน์ ที่ให้คุณได้มากกว่าใคร เพราะเราคือเว็บข่าวบอลและพนันอันดับหนึ่งของเมืองไทย ที่พร้อมให้คุณได้ติดตามกันแล้วที่นี่ที่เดียว เว็บสล็อตยอดนิยม

ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดที่ 13 แมนซิตี้ เหนือกว่าทุกด้านแต่ได้แค่เจ๊า เวสต์บรอมวิช 1-1

ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดที่ 13 ของฤดูกาล ในค่ำคืนวันอังคาร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ผลงานในช่วงหลังค่อนข้างดีกับการเจอทีมท้ายตาราง ซึ่งวันน็เช่นกันกับการเปิดบ้านรับ เวสต์บรอมวิช ทีมรองบ๊วยของตาราง สำหรับผังการเล่นเจ้าบ้านมาในระบบ 4-3-3 เหมือนเคย ส่วนทีมเยือนยึดผัง 4-5-1 มารับมือ 

เริ่มเกมขึ้นมา แมนซิตี้ ครองบอลพร้อมบุกใส่ตามคาดศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษแต่การฝ่าแนวกั้น 2 ชั้นลำบากเหลือเกิน จนทำให้ช่วง 20 นาทีแรก แม้จะครองบอลมากกว่าถึง 70% แต่ก็ไม่อาจสร้างจังหวะหวาดเสียวได้ มิหนำซ้ำการโต้กลับของเวสต์บรอมวิชยังน่ากลัวจนเกือบได้ประตูนำ

ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ข่าวบอลออนไลน์

การขึงเกมบุกของแมนซิตี้มาประสบความสำเร็จในนาทีที่ 30 ซึ่งการตั้งโซนรับลึกที่กินเวลายาวนาน ทำให้เกิดความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการประกบตัวแถว 2 จากลูกเปิดหลังประตูของสเตอร์ริ่ง ทำให้กุนโดกัน ที่ยืนรออยู่ได้ซัดหน้าปากประตูจนขึ้นนำ 1-0 ซึ่งหลังจากนั้นก็ยังคงบุกต่อแต่ไม่ค่อยเน้นมากเท่าใด 

ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ บทสรุปจากเกม แนวรุกของแมนซิตี้ พึ่งพา เดอ บรอนย์กับสเตอร์ริ่ง จนแนวรุกขาดสมดุล

ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษจังหวะประตูตีเสมอ 1-1 อาจกล่าวได้ว่าเป็นจังหวะฟุตบอลมากว่า เพราะกระเด้งไปแฉลบแนวรับแมนซิตี้ก่อนแล้วเข้าประตู แต่ถึงระนั้นแม้บอลจะแฉลบแต่เอเดซอนยังไม่หลงทิศ อีกทั้งภาพหลังประตูยังเป็นหลักฐานสำคัญว่าว่าเจ้าตัวเห็นทิศทางบอลลูกบอลชัดเจนที่พอจะมีเวลาเสี้ยววินาทีกลับตัวมาเซฟ

แต่นายด่านชาวบราซิลผู้นี้ไม่ขยับเท้า ทำให้ระเบียบร่างกายไม่พร้อมที่ควักบอลออกมาได้ ซึ่งการตีเสมอในช่วงเวลาแบบนี้ทำให้สามารถกลับไปตั้งเกมรับลึกแบบเดิมได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าโอกาสที่จะรอดได้นั้นค่อนข้างน้อย หากดูจากสถิติประกอบ

ในครึ่งหลังอาจเรียกได้ว่าแมนซิตี้ปูพรหมบุกใส่ข้างเดียวด้วยสารพัดวิธี ตั้งแต่การเซตบอลไปมาแล้วเปิด การลากพาบอลไปริมเส้นเพื่อให้แนวรับทีมเวสต์บรอมวิชถอยต่ำ เพื่อให้ตัวแถว 2 ที่ยืนรออยู่ในกรอบเขตโทษมีพื้นที่ว่าง ตลอดจนลูกเตะมุม แต่กองหลังกับผู้รักษาประตูของทีมเยือนยังช่วยกันสกัดและเซฟไว้ได้ทั้งหมด 

ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ข่าวบอลวันนี้

ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษบทสรุปจากเกม แนวรุกของแมนซิตี้ พึ่งพา เดอ บรอนย์กับสเตอร์ริ่ง จนแนวรุกขาดสมดุล อีกทั้งไม่มีแท็กติกที่จะนำมาแก้ลำกับทีมที่มาตั้งรถบัสใส่ ขณะที่เวสต์บรอมวิช การได้แต้มในวันนี้ถือว่าหืดจับ เพราะเลือกเล่นตั้งรับลึก แม้จะโดนยิงไป 1 ประตู แต่ก็ได้ความโชคดีจากจังหวะฟุตบอลทำให้มีแต้มกลับบ้าน          

สนุกครบทุกเรื่องเด่น ประเด็นดังวงการฟุตบอล ข่าวบอลอังกฤษ ข่าวโยกย้ายนักเตะ พร้อมลุ้น ผลฟุตบอลวันพรุ่งนี้ ให้คุณได้รับชมก่อนใคร และถ้าย้งไม่พอเราก็ยังมีที่เล่นพนันบอลออนไลน์ให้คุณได้เล่นกัน ที่นี่เลย SA Gaming 1688

แอร์เบ ไลป์ซิก

แอร์เบ ไลป์ซิก สุดแกร่งเฉือนผีแดงสุดมันส์

แอร์เบ ไลป์ซิก จากเยอรมนีโชว์ฟอร์มสุดยอดเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จากอังกฤษไปแบบสุดมันส์ด้วยสกอร์ 3 – 2 พร้อมตบเท้าผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปิยนส์ลีก เมื่อคืนวันอังคารที่ 8 ธันวาคม 2563 แถมยังเป็นการเขี่ยแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกรอบแรกอย่างเจ็บแสบแต่ยังดีที่ “ปีศาจแดง” จะได้กลับมาเล่นถ้วย ยูโรป้า ลีก ต่อไป 

แอร์เบ ไลป์ซิก

ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้ายเมื่อคืนวันที่ 8 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมาแอร์เบ ไลป์ซิกเปิดสนนาม “เร้ดบูลล์ อารีน่า” รับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเกมนี้แอร์เบ ไลป์ซิกต้องชนะอย่างเดียวเท่านั้นถึงจะผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้ เริ่มเกมมาแค่ 2 นาทีแอร์เบ ไลป์ซิกออกนำอย่างรวดเร็วจากการยิงของ อังเคลลิโน่ 

แอร์เบ ไลป์ซิก เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไป 3 – 2 ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้เป็นผลสำเร็จ

จากนั้นในนาทีที่ 13แอร์เบ ไลป์ซิกหนีห่างเป็น 2 – 0 จากจังหวะที่ อังเคลลิโน่ เปิดบอลข้ามมาถึงฝั่งขวาและเป็น อมาดู ไฮอาร่า แปด้วยขวาผ่านมือ ดาบิด เด เคอา เข้าไปอย่างเหนือชั้น ก่อนที่จะจบ 45 นาทีแรกไปด้วยสกอร์นี้ 

ครึ่งหลังเกมของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มดีขึ้นและบุกใส่เจ้าบ้านเพื่อทวงประตูตีไข่แตก แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่สามารถเจาะตาข่ายของแอร์เบ ไลป์ซิกได้ เท่านั้นยังไม่พอในนาที 68 กลายเป็นแอร์เบ ไลป์ซิกที่นำห่างไปเป็น 3 – 0 จากจังหวะหลุดเข้าไปยิงของ จัสติน ไคลเวิร์ต ทำให้โอกาสเข้ารอบของแอร์เบ ไลป์ซิกสดใสขึ้นมาทันที 

แอร์เบ ไลป์ซิก ข่าวบอลออนไลน์

อย่างไรก็ตามในนาที 80 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ยอมง่ายๆ ไล่มาเป็น 3 – 1 จากการยิงจุดโทษของ บรูโน่ แฟร์นานเดซ เท่านั้นยังไม่พอในอีก 2 นาทีถัดมา “ปีศาจแดง” ได้ประตูไล่มาเป็น 3 – 2 จากการโหม่งของ ปอล ป็อกบา จากนั้นเจ้าบ้านแอร์เบ ไลป์ซิกดูเหมือนจะตั้งเกมไม่ติดแต่สุดท้ายยังเอาตัวรอดมาได้ 

จบ 90 นาทีแอร์เบ ไลป์ซิกเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไป 3 – 2 ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้เป็นผลสำเร็จ ส่วน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ได้อันดับ 3 ของกลุ่ม ต้องหล่นไปเล่นฟุตบอล ยูโรป้า ลีก แทน 

ติดตามข่าวฟุตบอลอังกฤษข่าวฟุตบอลวันพรุ่งนี้ ที่เว็บเรามีให้ติดตามอยู่ตลอดเวลา

ชาลเก้

ชาลเก้ สั่งเด้ง ว๊ากเนอร์ พ้นทีมเซ่นผลงานสุดห่วย 18 นัดติด

ชาลเก้ (Schalke 04) ทีมดังแห่งศึก บุนเดสลีก้า เยอรมัน ทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้วด้วยการจบอันดับที่ 12 ทำได้เพียง 39 คะแนน ห่างโซนตกชั้นเพียงแค่ 8 คะแนนเท่านั้น จนเริ่มฤดูกาลใหม่ในซีซัน 2020-2021 ไปแล้ว 2 นัดชาลเก้ก็ยังคงฟอร์มบู่ต่อเนื่องด้วยการแพ้รวดทั้ง 2 นัด จมอยู่อันดับสุดท้ายของตารางคะแนน ทำให้ล่าสุด “ราชันสีน้ำเงิน” ต้องรีบแก้สถานการณ์ด้วยการปลด “ดาวิด ว๊ากเนอร์” เฮดโค้ชชาวเยอรมันพ้นทีมเมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา

ชาลเก้

ชาลเก้ สะกดคำว่า “ชนะ” ไม่เป็นตลอดช่วง 18 เกมหลังสุด

ชาลเก้ภายใต้การคุมทีมของ “ดาวิด ว๊ากเนอร์” ทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวังนับตั้งแต่กุนซือชาวเยอรมันเข้ารับตำแหน่งในช่วงปลายปี 2019 ชาลเก้โดย ว๊ากเนอร์ คุมทีมลงสนามไปแล้ว 40 นัด คว้าชัยชนะได้เพียง 12 เกม เสมอ 12 เสมอ และแพ้ไปถึง 16 เกม ยิ่งไปกว่านั้น ตลอดช่วง 18 เกมหลังสุดชาลเก้ไม่สามารถคว้าชัยได้เลยแม้แต่เกมเดียว โดย เสมอไป 6 และแพ้ไปถึง 12 ยิงได้แค่ 8 ประตู แต่เสียไปถึง 49 ประตู  โดยเฉพาะนัดเปิดสนามฤดูกาล 2020-2021 ที่ชาลเก้บุกไปโดน “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ถล่มเละเทะถึง 8-0 ก่อนจะมาเปิดบ้านพ่ายให้ แวร์เดอร์เบรเมิน คาถิ่นไป 3-1 แช่อยู่อันดับบ๊วยของตารางคะแนน จนกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายก่อนที่บอร์ดบริหารของชาลเก้จะสั่งปลด ดาวิด ว๊ากเนอร์ เซ่นผลงานสุดห่วยตลอด 40 นัด เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา โดยคาดกันว่าชาลเก้ กำลังล็อกเป้าไปที่ “ซานโดร ชวาร์ซ” กุนซือของ ไมน์ซ 05 เพื่อมารับช่วงต่อในซีซันนี้ 

ชาลเก้

ทั้งนี้ ดาวิด ว๊ากเนอร์ เคยเป็นศูนย์หน้าของชาลเก้ในช่วงปี 1995-1997 ก่อนจะผันตัวมาเป็นผู้จัดการทีมอย่างเต็มตัวกับ ฮัดเดอร์ฟิลด์ ทาวน์ ทีมในลีก แชมเปียนชิป ในขณะนั้น ก่อนจะพาเลื่อนชั้นขึ้นสู่ พรีเมียร์ลีก ในปี 2017 จนชาลเก้มาคว้าตัวไปคุมทัพราชันสีน้ำเงินในปี 2019