เซาแธมป์ตั้น

หลังเกม เซาแธมป์ตั้น ชนะ เอฟเวอร์ตั้น 2-0 ยึดที่ 10

เซาแธมป์ตั้น ทีมอันดับที่ 10 ลงสนามในพรีเมียร์ลีก เกมที่ 25 พวกเขาเปิดสนาม เซนต์ แมรี่ย์ พร้อมด้วยแฟนบอล 31,312 คน รับการมาเยือนของ เอฟเวอร์ตั้น ทีมอันดับ 16 ซึ่งพวกเขาได้ความยอดเยี่ยมของ สจ๊วต อาร์มสตรอง และ เชน ลอง ช่วยกันยิงคนละ 1 ประตู ส่งให้ทีมเก็บชัยชนะเหนือผู้มาเยือน 2-0 

เซาแธมป์ตั้น ยึดที่ 10  ห่างท็อปซิก 10 แต้ม

กุนซือ ราล์ฟ ฮาเซนฮุตเทิล พาทัพ “นักบุญ” เซาแธมป์ตั้น เก็บได้ 8 คะแนน จาก 4 เกมล่าสุด (ชนะ 2 เสมอ 2) ภายหลังผ่าน 25 นัด พวกเขาสะสมเพิ่มเป็น 32 คะแนน ยืนอันดับ 10 ของตารางตามเดิม อยู่ห่างจากท็อปซิก ( บอลยุโรป ถ้วยเล็กสุด ) 10 คะแนน ทางฝั่ง “ทอฟฟี่” เอฟเวอร์ตั้น ของกุนซือ แฟรงค์ แลมพาร์ด พวกเขาอาการน่าเป็นห่วง แพ้ 5 จาก 6 เกมล่าสุด มีเพียง 22 คะแนน จากการลงสนาม 25 นัด อยู่อันดับที่ 6 ใกล้ชิดโซนอันตราย 4 แต้ม

เซาแธมป์ตั้น

โปรแกรมนัดต่อไป “นักบุญ” จะได้เล่นในบ้านต่ออีกเกม คราวนี้ต้องรับมือ “นกขมิ้น” นอริช ซิตี้ ทีมอันดับ 20 ส่วน “ทอฟฟี่” เตรียมเปิดสนาม กูดิสัน ปาร์ค รับการมาเยือนของ “ทัพเรือใบ” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมจ่าฝูง ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์

สถิติหลังเกม | เซาแธมป์ตั้น 2-0 เอฟเวอร์ตั้น

เซาแธมป์ตั้น เป็นฝ่ายครองบอล 55.8% (เอฟเวอร์ตั้น 44.2%) | จ่ายบอล 506:401 ครั้ง | จ่ายบอลสำเร็จ 399:282 ครั้ง | โอกาสยิง 19:9 ครั้ง | ยิงเข้ากรอบ 11:0 ครั้ง | ยิงชนเสา-คาน 2:0 ครั้ง | เลี้ยงผ่าน 13:8 ครั้ง | ชนะลูกกลางอากาศ 24:13 ครั้ง | ปะทะชนะ 21:20 ครั้ง | เตะมุม 4:4 ครั้ง | เคลียร์บอล 13:16 ครั้ง | ตัดบอล 16:12 ครั้ง | ล้ำหน้า 4:2 ครั้ง | ฟาล์ว 6:9 ครั้ง | ใบเหลือง 0:2 ใบ

ไทม์ไลน์สำคัญของเกม

เซาแธมป์ตั้น

  • 39′ ไคล วอล์คเกอร์ ปีเตอร์ ยิงชนเสา
  • 52′ สจ๊วต อาร์มสตรอง (ยิง ) 1-0 นับเป็นประตูแรกใน พรีเมียร์ลีก จากการลงสนาม 12 นัดในฤดูกาลนี้ (ตัวจริง 6 สำรอง 6) | เช อดัมส์ (แอสซิสต์)
  • 64′ โมฮาเหม็ด เอลยูนูสซี่ ยิงชนเสา
  • 84′ เชน ลอง (ยิง) 2-0 นับเป็นประตูแรกในพรีเมียร์ลีก จากการลงสนาม 5 นัดในฤดูกาลนี้ (ตัวจริง 1 สำรอง 4) | วาเลนติโน่ ลิฟราเมนโต้ (แอสซิสต์)
  • เปลี่ยนตัว : เชน ลอง แทน อาร์มานโด้ โบรย่า (83′) , อดัม อาร์มสตรอง แทน เช อดัมส์ (90+1′) , มุสซ่า เยเนโป แทน สจ๊วต อาร์มสตรอง (90+2′)
เซาแธมป์ตั้น

เอฟเวอร์ตั้น

  • ใบเหลือง : อัลลัน (15′) , โดมินิค คัลเวิร์ต เลวิน (39′)

เปลี่ยนตัว : อันเดร โกเมซ แทน อัลลัน (46′) , บาคาร่า อันดรอส ทาวน์เซ่นด์ แทน อเล็กซ์ อิโวบี้ (65′) , เดเล่ อัลลี่ แทน แอนโธนี่ย์ กอร์ดอน (75′)

ข่าวฟุตบอล

ข่าวฟุตบอล วิกฤตการณ์ การท่าเรือเอฟซี งานนี้จะเอายังไง

ช็อควงการ ข่าวฟุตบอล ไทยลีก กับการประกาศลาออกของเฮดโค้ชทีมการท่าเรือเอฟซี นาย สระราวุฒิ ตรีพันธ์ หรือ โค้ชอู๊ด ที่ประกาศลาออกอย่างกรัทนหัน เพื่อรับผิดชอบต่อผลงานที่มาซึ่งสามารถคว้าชัยชนะได้เพียงนัดเดียวเท่านั้น จึงนับว่านี่เป็นวิกฤตเรื่องการจัดหารตัวหัวหน้าทีมที่จะมาทำให้สโมสรที่ยิ่งใหญ่เป็นอันดับต้นๆของเมืองไทยให้กลับมาผงาดอีกครั้ง

ทว่าสถานการณ์ในตอนนี้แม้แต่ทีมท้ายตารางการท่าเรือก็ยังแฟนได้ แต่ที่น่าสงสัยมากกว่ากันคือเมื่อช่วงปลายปีก่อนก็มีข่าวฟุตบอลเรื่องการปลดโค้ชคนเก่าเมื่อเดือนพฤศจิกายนและโค้ชอู๊ดได้รับหน้าที่แทน ข่าวบอลอังกฤษ จนกระทั่งมาจนถึงปลายเดือนกุมพาพันธ์ การท่าเรือกก็มีการเปลี่ยนแปลงโค้ชอีกแล้ว

ข่าวฟุตบอล

ข่าวฟุตบอล นักเตะเกรดสูงเต็มทีมแต่ทำไมไม่ประสบความสำเร็จ

เป็นที่น่าแปลกใจเมื่อผู้สื่อข่าวฟุตบอลไม่ว่าจะสำนักไหนต่างก็มองว่าปีนี้การท่าเรือเอฟซีมีโอกาสจะอยู่หัวตารางจนกระทั่งไปถึงการคว้าแชมป์ไทยลีก เนื่องด้วยตัวผู้เล่นมากประสบการณ์และดีกรีสูงหลายคนรวมตัวกันอยู่ในทีมนี้ แม้กระทั่งกวิลที่เพิ่งย้ายมาจากการค้าแข้งที่ยุโรป

ละยังเคยถูกยืมตัวไปเล่นที่เจลีกและยังมีนักเตะอื่นๆที่อยู่ในชุดทีมชาติมากมาย แต่คำถามคือทำไมไม่สามารถคว้าแต้มได้มากกว่านี้ อีกทั้งมาดามแป้งผู้จัดการทีมที่เป็นถึงผู้จัดการทีมชาติที่สามารถพาทีมชาติประสบความสำเร็จด้วยการความแชมป์อาเซียนมาได้สำเร็จ แต่กับทีมของตัวเองอะไรคือปัจจัยที่ทำให้ทีมล้มเหลว 

ข่าวฟุตบอล

รูปแบบที่เปลี่ยนไปของการท่าเรือ

ก่อนหน้านี้การท่าเรือเอฟซีเป็นทีมฟุตบอลในอันดับท็อปของไทยลีกที่มีการพัฒนาทั้งระบบและวิธีการมาโดยตลอด จนกระทั่งการเปลี่ยนแปลงโค้ชก่อนหน้านี้ และมาเปลี่ยนโค้ชอ็ดอีกครั้ง ซึ่งเหตุผลทั้งหมดนั้นสำนักข่าวฟุตบอลต่างคาดว่าอาจเกิดจากวิถีทางการทีมของสโมสรที่เปลี่ยน เนื่องจากสโมสรตั้งเป้าจะเปลี่ยนรูปแบบการเล่นใหม่ให้เป็นสากลมากขึ้นด้วยเทคนิคการไล่บอลและทำเกมสไตล์ญี่ปุ่น

โดยสังเกตได้จากการเริ่มเปิดเกมจากประตูไล่ขึ้นตามแนวกองหลังผ่านไปยังปีกทั้งสองข้างทีมีความโดดเด่นเรื่องความเร็ว ซึ่งตรงนี้ทีมก็สามารถทำได้ดีแต่ปัญหาคือกองหน้าที่จะจบสกอกลับไม่สามารถทำหน้าที่ได้ดีพอ และนอกจากนั้นทุกครั้งที่ถูกโต้กลับพื้นที่ด้านหลังจะโง่จนไม่สามารถป้องกันได้ และรูปแบบที่ทำให้ท่าเรื่อแพ้ประจำคือการป้องกันลูกทางอากาศ อย่างไรก็ตามเราคงต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงของทีมต่อไป

โอลิมปิก ลียง

โอลิมปิก ลียง โดนลีกเอิงตัดแต้ม เซ่นแฟนบอลปาขวดน้ำใส่ “ปาเยต” เกมมาร์กเซย

โอลิมปิก ลียง สโมสรดังประจำเวที ลีก เอิง ฝรั่งเศส ถูกคณะกรรมการฟุตบอลลีกอาชีพของฝรั่งเศส หรือ “แอลแอฟเป” (LFP) ลงโทษด้วยการตัดคะแนน 1 คะแนนใน ลีก เอิง หลังแฟนบอลก่อวีรกรรมในเกมเปิดสนาม ปาร์กอแลงปิก ลียอแน เจอกับ โอลิมปิก มาร์กเซย

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ข่าวบอลอัพเดท จนผู้ตัดสินต้องสั่งยุติการแข่งขัน ขณะที่แฟนบอลมือปาขวดน้ำถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีอาญาแล้ว ซึ่งอาจมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 6 เดือนเลยทีเดียว

ลิมปิก ลียง

โอลิมปิก ลียง ถูกปรับ 1 แต้ม พร้อมสั่งห้ามแฟนบอลเข้าสนาม

ย้อนกลับไปในเกม ลีก เอิง ฝรั่งเศส ที่โอลิมปิก ลียงเปิดสนาม ปาร์กอแลงปิก ลียอแน ต้อนรับการมาเยือนของ โอลิมปิก มาร์กเซย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา แต่หลังเกมเริ่มไปได้เพียง 5 นาที ระหว่างที่ “ดิมิทรี ปาเยต”

กองกลางตัวเก่งของทีมเยือนกำลังเดินไปเล่นลูกเตะมุม แฟนบอลเจ้าถิ่นบนอัฒจันทร์ก็ได้ปาขวดน้ำลงมาโดนศีรษะของดาวเตะวัย 34 ปี อย่างจัง จนทำให้ผู้ตัดสินสั่งยุติการแข่งขันเพื่อความปลอดภัย ซึ่งก่อนหน้านี้ทางลีกแดนน้ำหอมได้มีการสั่งลงโทษห้ามแฟนบอล “โอแอล” เข้าสนามชมเกมลีกนัดที่เล่นในบ้านจนกว่าการสอบสวนจะได้ข้อสรุป 

ล่าสุด คณะกรรมการฟุตบอลลีกอาชีพของฝรั่งเศส หรือ “แอลแอฟเป” (LFP) ได้สั่งลงโทษ โอลิมปิก ลียงด้วยการตัดแต้ม 1 ในเกมลีก 1 แต้ม แม้ทาง “โอแอล” จะพยายามแก้ต่างว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากความผิดที่ตัวบุคคลของแฟนบอล

โอลิมปิก ลียง

แต่ทางคณะกรรมการฯ ก็มองว่า เป็นเพราะมาตรการการรักษาความปลอดภัย และมาตรการควบคุมแฟนบอลที่หละหลวมของทีมเจ้าถิ่น จนทำให้นักเตะทีมเยือนได้รับบาดเจ็บ นำมาซึ่งบทลงโทษตัดแต้มในที่สุด  ขณะที่แฟนบอลมือปาขวดน้ำลงมาโดนศีรษะ ปาเยต นั้น

ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุตัวได้เรียบร้อย และส่งดำเนินคดีอาญาซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดถึงจำคุก 6 เดือน และห้ามเหยียบสนาม ปาร์กอแลงปิก ลียอแน ยาว ๆ 5 ปี เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างของเหล่าแฟนบอลหัวรุนแรงก่อเรื่องป่วนระหว่างการแข่งขันอีก